ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

Watermelon แตงโม

แตงโม ชื่อสามัญ Watermelon เป็นผลไม้ ที่มีต้นกำเนิด ในแถบทวีปแอฟริกา ในทะเลทรายคาลาฮารี ซึ่งชาติที่แรก ที่ปลูกแตงโมไว้รับประทาน นั้นก็คือชาวอียิปต์ (สี่พันกว่าปีมาแล้ว) สำหรับประเทศไทย นั้นการปลูกแตงโม จะมีอยู่ทั่วทุกภาคและปลูกได้ทุกฤดู

โดยพันธุ์ที่นิยม ปลูกกันมากโดย ทั่วไปจะมีอยู่ 3 สายพันธุ์หลัก ๆ นั่นก็คือ พันธุ์ธรรมดาทั่วไป (เมล็ดมีขนาดเล็ก รสหวาน เช่น แตงโมจินตหรา แตงโมตอร์ปิโด แตงโมกินรี แตงโมน้ำผึ้ง แตงโมไดอานา แตงโมจิ๋ว เป็นต้น) สายพันธุ์ต่อมาก็คือ พันธุ์ไร้เมล็ด และพันธุ์กินเมล็ด

แตงโม สายพันธุ์ต่าง ๆ

โดยแตงโมที่นิยมปลูกกันโดยทั่วไปจะมี 3 สายพันธุ์ คือ

  • แตงโมพันธุ์ธรรมดา จะมีเมล็ดขนาดเล็ก และมีรสหวานมาก จะแบ่งออกได้ อีกหลายสายพันธุ์ เช่น แตงโมจินตรา แตงโมกินรี แตงโมน้ำผึ้ง แตงโมไดอานา ฯลฯ
  • แตงโมพันธุ์ไม่มีเมล็ด เป็นการผสมพันธุ์ ปลูกเพื่อต้องการจะส่งออก
  • แตงโมพันธุ์กินเมล็ด ปลูกเพื่อนำเมล็ดมาคั่ว โดยพันธุ์นี้จะมีเนื้อมาก

ประโยชน์ของเปลือกแตงโม

ในส่วนของ เปลือกแตงโม สามารถจะนำไป ประกอบอาหารได้ อย่างแกงส้ม เปลือกแตงโม ซึ่งก็มีสรรพคุณและประโยชน์ เช่นเดียวกับเนื้อแตงโม โดยจะมีรสชาติเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ยิ่งกินกับข้าวร้อน ๆ ยิ่งอร่อย แต่ปัจจุบันนี้ คงจะหากินได้ยากมาก หากไม่ได้ลงมือทำเอง ดังนั้นไปดูกันว่าถ้าเราทานเปลือกแตงโม จะได้ประโยชน์ ของเปลือกแตงโมอะไรบ้าง

  • เนื้อสีขาวของแตงโมมีสารที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหายจากการออกลังกาย
  • มีสารที่ชื่อว่า ไลโคปีน (Lycopene) เช่นเดียวกับมะเขือเทศ ช่วยเข้าไปปกป้อง และ ยับยั้งการเป็นมะเร็งได้ถึง 34%
  • ช่วยกระตุ้นอารมณ์ทางเพศได้
แตงโม

อันตรายจาก แตงโม

ประโยชน์ของแตงโมมีมากมาย แต่การกินแตงโมมากเกินไปอาจจะไม่ได้ส่งผลให้เกิดประโยชน์เลย อาจจะทำให้เกิดโทษต่อร่างกายด้วยซ้ำ

  • ในคนที่เป็นโรคเบาหวานเองไม่ควรจะกินแตงโม เพราะน้ำแตงโมจะอุดมไปด้วยน้ำตาล
  • ส่วนผู้ป่วยโรคไตกินได้แต่น้อย เพราะไตจะทำงานได้ไม่เต็ม 100% อาจจะทำให้มีการบวมน้ำ
  • คนที่กำลังเป็นหวัด อาจจะทำให้มีระยะเวลาเป็นหวัดที่นานมากขึ้น หรือหายช้า
  • คุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูก ซึ่งแตงโมจะมีฤทธิ์เย็น จะมีผลต่อการผลิตน้ำนมได้น้อยลง

แตงโม ประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพทั้งทางด้านความสวยความงามการชะลอวัย หรือระบบการทำงานในร่างกายต่าง ๆ และยังเป็นพืชเศรษฐกิจของคนไทย แต่ไม่ว่าจะมีประโยชน์มากเพียงใด ก็ยังมีโทษกับคนบางกลุ่ม ซึ่งควรจะต้องทำความเข้าใจก่อนที่จะนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ หากต้องการลดความอ้วน ก็ต้องรู้ปริมาณที่เหมาะสม และต้องรู้ว่าถ้าหากกินมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อร่างกายด้วยซ้ำไป

ประโยชน์ของแตงโม

  1. เป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ต้องการลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนักอย่างมาก เพราะมีแคลอรีต่ำ
  2. ประโยชน์แตงโมช่วยในการควบคุมน้ำหนักไม่ให้น้ำหนักเกิน ป้องกันการสะสมของไขมันที่เป็นอันตรายกับร่างกาย ลดปริมาณไขมันที่จับอยู่ภายในเลือด
  3. สรรพคุณของแตงโมแตงโมมี “ไลโคปีน” (Lycopene) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
  4. ช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรง เพราะประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
  5. แตงโมมีกรดอะมิโน Citrulline ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ
  6. แตงโมมีสารออกฤทธิ์ชนิดหนึ่งที่คล้ายกับยาแก้อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อย่างไวอากรา ซึ่งจะออกฤทธิ์กระตุ้นให้หลอดเลือดคลายตัว ช่วยให้ระบบหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น
  7. มีส่วนช่วยบำรุงสายตา เพราะมีวิตามินเอในผลแตงโม
  8. มีส่วนช่วยล้างพิษจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไปได้ด้วย
  9. ใช้รับประทานเป็นผลไม้สด ทำเป็นน้ำผลไม้ดื่มคลายร้อน ลดความร้อนในร่างกาย
  10. เปลือกหรือผลอ่อนใช้ทำเป็นอาหาร อย่างแกงส้ม เป็นต้น
  11. เปลือกที่มีสีเขียวอ่อนหรือขาวสามารถนำมารับประทานเป็นผักได้
  12. นำไปทำเป็นไวน์ได้
  13. นำไปแปรรูปเป็น แยมแตงโม เมล็ดแตงโม หรือทำเป็นสบู่แตงโมก็ได้
  14. แตงโมพอกหน้า ใช้ทำเป็นทรีตเมนต์บำรุงผิว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ช่วยดูดซับความมันบนใบหน้า และลดอาการแสบแดง วิธีการง่าย ๆ เพียงแค่นำเนื้อแตงโมมาฝานบาง ๆ แล้วนำมาวางไว้บนผ้าขาวบาง จากนั้นนำมาวางปิดลงบนใบหน้าให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

สรรพคุณของ แตงโม

  1. ช่วยแก้เบาหวานและดีซ่าน
  2. ช่วยบำรุงสมอง (เมล็ด)
  3. ช่วยบำรุงร่างกาย (เมล็ด)
  4. ช่วยบำรุงปอด (เมล็ด)
  5. แตงโมมีสรรพคุณช่วยควบคุมความดันโลหิตและมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตลงได้ (Citrulline)
  6. ช่วยรักษาโรคหลอดเลือดแดงแข็งตัวได้
  7. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  8. ช่วยป้องกันหวัด
  9. ช่วยลดอาการไข้ แก้คอแห้ง (น้ำแตงโม)
  10. ใช้เป็นยาลดไข้ด้วยการใช้ใบมาชงดื่ม (ใบ)
  11. ช่วยบรรเทารักษาแผลในช่องปาก (น้ำแตงโม)
  12. ป้องกันการเจ็บคอด้วยการนำเปลือกแตงโมไปต้มเดือดแล้วเติมน้ำตาลทรายแล้วนำน้ำมาดื่ม (เปลือก)
  13. แก้อาการเมาเหล้า
  14. แก้โรคตับ (เมล็ด)
  15. แตงโมมีเบตาแคโรทีน ซึ่งช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ
  16. ช่วยย่อยอาหาร ช่วยระบายท้อง
  17. สรรพคุณของแตงโมใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ (เมล็ด)
  18. ช่วยขับปัสสาวะ
  19. แก้อาการปวดกระเพาะปัสสาวะ (เมล็ด)
  20. รากมีน้ำยาง ใช้กินแก้อาการตกเลือดหลังการแท้ง (ราก)
  21. ใช้ทารักษาแผล ด้วยการใช้เปลือกแตงโมล้างสะอาด นำมาผิงไฟหรือตากให้แห้ง นำมาบดให้เป็นผง แล้วนำมาบริเวณแผล (เปลือก)
  22. สรรพคุณแตงโมช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
  23. ช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ
แตงโม

คุณค่าทางโภชนาการของผลแตงโมดิบ (ส่วนที่กินได้) ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 30 kcal 130 kJ
  • คาร์โบไฮเดรต 7.55 กรัม
  • น้ำตาล 6.2 กรัม
  • เส้นใย 0.4 กรัม
  • ไขมัน 0.15 กรัม
  • โปรตีน 0.16 กรัม
  • วิตามินเอ 28 ไมโครกรัม 3%
  • วิตามินบี 1 0.033 มิลลิกรัม 3%
  • วิตามินบี 2 0.021 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 3 0.178 มิลลิกรัม 1%
  • วิตามินบี 5 0.221 มิลลิกรัม 4%
  • วิตามินบี 6 0.045 มิลลิกรัม 3%
  • กรดโฟลิก 3 ไมโครกรัม 1%
  • วิตามินซี 8.1 มิลลิกรัม 14%
  • ธาตุแคลเซียม 7 มิลลิกรัม 1%
  • ธาตุเหล็ก 0.24 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุแมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม 3%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุโพแทสเซียม 112 มิลลิกรัม 2%
  • ธาตุสังกะสี 0.10 มิลลิกรัม 1%

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่

อัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับ สุขภาพและการออกกำลังกาย ได้ที่นี้ก่อนใคร

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

สุขภาพและการออกกำลังกาย

โปรตีน >>

admin

Back to top