ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

Stevia หญ้าหวาน

หญ้าหวาน หรือ สเตเวีย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia rebaudiana Bertoni อยู่ในวงศ์ Asteraceae เป็นพืชพื้นเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศปารากวัยในทวีปอเมริกาใต้ ความพิเศษของหญ้าหวาน คือ ส่วนของใบให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 10-15 เท่า แต่ความหวานนี้ไม่ก่อให้เกิดพลังงานแต่อย่างไร (0 แคลอรี/กรัม) นอกจากนี้ยังมีสารสกัดที่เกิดจากหญ้าหวานชื่อว่า สตีวิโอไซด์ (stevioside) เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่า 200-300 เท่าของน้ำตาล ด้วยความพิเศษของหญ้าหวานนี้ หญ้าหวานจึงเป็นพืชที่ได้รับความสนใจทั้งทางด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ ยาสมุนไพร เครื่องดื่ม เป็นต้น

ประวัติ หญ้าหวาน หรือ สเตเวีย

มนุษย์รู้จักนำสารสกัดที่มีรสหวานจากหญ้าหวานมาบริโภคหลายศตวรรษแล้วโดยชาวพื้นเมืองในประเทศปารากวัย โดยนำหญ้าหวานมาผสมกับเครื่องดื่ม เช่น ชา นอกจากนี้ชาวญี่ปุ่นยังนำสารให้ความหวานมาผสมกับผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ผักดอง ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว เนื้อปลาบด เป็นต้น

Stevia

หญ้าหวานเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2550 และปลูกกันมากในภาคเหนือ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาให้มีการใช้สารสตีวิโอไซด์เพื่อการบริโภค หญ้าหวานจึงจัดอยู่ในพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าหวาน

  • หญ้าหวานเป็นพืชล้มลุก ลำต้นกลมและแข็ง
  • ใบเดี่ยว รูปหอก ขอบใบหยักคล้ายฟันเลื่อย
  • ใบให้สารที่มีรสหวาน
  • มีช่อดอกสีขาว

การปลูกและการดูแล

  1. ดิน ดินที่เหมาะสมสำหรับปลูกหญ้าหวาน คือ ดินร่วน หรือดินร่วนปนทราย ระบายน้ำได้ดี ต้องทำแปลงยกร่อง
  2. ใช้เมล็ดปลูก จะเก็บเมล็ดในช่วงเดือนพฤศจิกายน วิธีเก็บใช้ถุงพลาสติกครอบดอก เขย่าให้เมล็ดร่วงลงในถุง นำเมล็ดมาเพาะในเดือนมีนาคม-เมษายน จะมีอัตราการงอกดี
  3. กิ่งชำปลูก เป็นวิธีที่นิยมตัดกิ่งปักชำ เนื่องจากสะดวกและรวดเร็วกว่า เลือกตัดกิ่งที่สมบูรณ์และแข็งแรง ตัดเกือบถึงโคนต้น ให้เหลือใบอยู่ 2 คู่ แล้วตัดกิ่งที่จะนำมาชำให้ยาว 12-15 ซม. แล้วนำมาเพาะในถุงหรือกระบะเพาะ เด็ดใบออกเสียก่อน เพราะถ้ารดน้ำความหวานของใบจะลงสู่ดิน ทำให้กล้าที่ชำไว้ตายได้ พอกิ่งชำแตกรากออกมาได้ 10-14 วัน จึงนำไปปลูกในแปลงที่เตรียมไว้
  4. การดูแล หญ้าหวานเป็นพืชที่ต้องการดูแลทั้งในเรื่องการให้น้ำและใส่ปุ๋ยบำรุงดิน

หลายคนเชื่อว่าหญ้าหวานมีสรรพคุณช่วยรักษาปัญหาสุขภาพ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน แสบร้อนกลางทรวงอก ภาวะบวมน้ำ หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจ อย่างไรก็ตาม คุณประโยชน์ของหญ้าหวานต่อสุขภาพยังเป็นประเด็นถกเถียงที่ต้องรอการพิสูจน์ต่อไป โดยการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของหญ้าหวานที่ปรากฏชัดเจนและแพร่หลายนั้นมีอยู่จำกัด ดังนี้

ลดความดันโลหิต

การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่ปรุงแต่งน้ำตาลในปริมาณมากจะทำให้เป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ง่าย การลดปริมาณน้ำตาลนับเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยควบคุมภาวะดังกล่าว แต่อีกทางเลือกที่ถูกกล่าวถึงก็คือใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ประเด็นนี้ได้รับความสนใจและมีการศึกษาอย่างแพร่หลาย งานวิจัยหนึ่งทดลองให้ผู้ที่มีความดันโลหิตปกติรับประทานสารสกัดหญ้าหวานวันละ 1,000 กรัม เป็นเวลา 1 เดือน พร้อมเข้าวัดระดับความดัน ผลปรากฏว่าระดับความดันโลหิตของผู้เข้าร่วมทดลองไม่เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นหนึ่งกลับพบผลลัพธ์ในทางตรงกันข้าม หลังจากทดลองสุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ที่มีความดันปกติ ให้รับประทานสารสกัดหญ้าหวานในปริมาณ 250 มิลลิกรัมหรือยาหลอก เป็นเวลา 3 เดือน แล้วนำมาเปรียบเทียบกัน ผลการทดลองพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ปรากฏค่าความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ที่มีความดันปกติที่ได้รับหญ้าหวานหรือยาหลอกนั้นต่างมีค่าความดันโลหิตไม่เปลี่ยนแปลง เช่นเดียวกับงานวิจัยอีกชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคแคปซูลบรรจุสารสกัดหญ้าหวานไม่ได้ส่งผลต่อระดับความดันโลหิตแต่อย่างใด โดยผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่รับประทานแคปซูลหญ้าหวานและผู้ป่วยกลุ่มยาหลอกต่างมีระดับความดันลดลงไม่ต่างกัน ผลลัพธ์ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าหญ้าหวานอาจไม่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดความดันโลหิต

Stevia

เนื่องจากงานวิจัยในปัจจุบันยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าหญ้าหวานจะช่วยลดความดันโลหิตได้จริง ผู้ที่หวังสรรพคุณข้อนี้ของหญ้าหวานจึงควรใช้อย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีความดันต่ำหรือกำลังใช้ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานหญ้าหวาน เพราะอาจเสี่ยงทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำเกินไปจนเกิดอันตรายได้ ทั้งนี้ วิธีควบคุมระดับความดันที่มั่นใจได้จริงคือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต โดยควรเลือกรับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืชต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์เนยนมไขมันต่ำ และอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง เลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ลดเกลือ จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ รักษาน้ำหนักตัว และหมั่นสังเกตระดับความดันอยู่เสมอ

ลดระดับน้ำตาลในเลือด

ผู้ป่วยเบาหวานนั้นเสี่ยงมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ง่าย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อร่างกายขาดเซลล์ที่ผลิตอินซูลินหรือเกิดภาวะดื้ออินซูลิน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงได้ เช่น ไม่ได้รับอินซูลินหรือยารักษาเบาหวาน กินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป เกิดความเครียด ได้รับบาดเจ็บ เข้ารับการผ่าตัด หรือติดเชื้อ ซึ่งคุณประโยชน์อีกประการหนึ่งของหญ้าหวานที่อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานก็คือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด โดยปรากฏงานวิจัยที่ศึกษาประเด็นนี้มากมาย งานวิจัยหนึ่งได้ให้ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 รับประทานสารสกัดหญ้าหวาน 1 กรัม พร้อมเข้ารับการตรวจเลือดหลังผ่านไป 4 ชั่วโมง พบว่าผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลง สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นที่พบว่าระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญหลังจากรับประทานแป้งที่ทำมาจากหญ้าหวาน

นอกจากนี้ การรับประทานหญ้าหวานอาจลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ที่มีสุขภาพปกติเช่นกัน งานวิจัยหนึ่งได้สุ่มให้ผู้เข้าร่วมทดลองรับประทานซูโครส แอสปาแตม หรือหญ้าหวานก่อนอาหารมื้อกลางวันและมื้อเย็น เป็นเวลา 3 วัน ผลการศึกษาพบว่าผู้ที่รับประทานหญ้าหวานมีระดับน้ำตาลในเลือดและอินซูลินหลังรับประทานอาหารลดลงมากกว่าผู้ที่รับประทานซูโครสและแอสปาแตมอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ กลุ่มที่รับประทานหญ้าหวานและแอสปาแตมก่อนมื้ออาหารยังรู้สึกอิ่มและไม่รับประทานอาหารอื่นเพิ่มเติมจากมื้อหลัก เช่นเดียวกับงานวิจัยอีกชิ้นที่แสดงให้เห็นว่าการรับประทานสารสกัดจากใบหญ้าหวานช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เข้าร่วมการทดลองที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้

หญ้าหวาน

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยข้างต้นศึกษากับผู้เข้าร่วมทำลองจำนวน 16 คน ซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนน้อย จึงไม่อาจนำข้อมูลดังกล่าวมาสรุปผลเกี่ยวกับสรรพคุณในการลดระดับน้ำตาลในเลือดของหญ้าหวานได้อย่างชัดเจน ทั้งยังมีการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 122 คน ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคสารสกัดหญ้าหวาน 1000 มิลลิกรัม เป็นเวลา 16 สัปดาห์ ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและความดันโลหิตเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

กินหญ้าหวานอย่างไรให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ผู้ที่ต้องการรับประทานหญ้าหวานหรือสารสกัดจากหญ้าหวานโดยหวังผลทางยาในด้านต่าง ๆ พึงคำนึงถึงภาวะสุขภาพของตนเองและความปลอดภัยในการใช้เป็นสำคัญ ดังนี้

  • สตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตรควรเลี่ยงบริโภคหญ้าหวาน เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อมูลเพียงพอที่จะยืนยันความปลอดภัยในการใช้หญ้าหวานระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  • เลี่ยงบริโภคหญ้าหวานในกรณีที่แพ้พืชตระกูลเดียวกับหญ้าหวาน เช่น ดอกเบญจมาศ ดาวเรือง เป็นต้น เนื่องจากผู้ที่แพ้พืชเหล่านี้อาจเสี่ยงมีอาการแพ้หญ้าหวานได้เช่นกัน
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่รับประทานหญ้าหวานควรหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งปรึกษาแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติใด ๆ เนื่องจากหญ้าหวานหรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากหญ้าหวานอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปได้
  • ผู้ป่วยภาวะความดันโลหิตต่ำควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานหญ้าหวานหรือผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารสกัดจากหญ้าหวาน เนื่องจากอาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำจนเกินไป
  • ผู้บริโภคหญ้าหวานบางรายอาจเกิดอาการท้องอืด คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หรือชาตามร่างกายได้
  • มีข้อกังวลว่าหญ้าหวานดิบอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อไต ระบบสืบพันธุ์ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงทำปฏิกิริยากับยาลดระดับน้ำตาลในเลือด และส่งผลให้ความดันโลหิตลดต่ำเกินไป
  • ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของหญ้าหวานและน้ำตาลแอลกอฮอล์อาจก่อให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการย่อยอาหารในผู้บริโภคบางรายได้ เช่น ท้องอืด ท้องร่วง เป็นต้น

สรรพคุณของหญ้าหวาน

  • สมุนไพรหญ้าหวานช่วยเพิ่มกำลังวังชา
  • ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
  • ช่วยในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยลดไขมันในเลือดสูง
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน
  • ช่วยบำรุงตับ
  • ช่วยสมานแผลทั้งภายในและภายนอก
หญ้าหวาน

ประโยชน์ของหญ้าหวาน

  1. ช่วยเพิ่มการรับประทานอาหารและช่วยลดความขมในอาหารได้
  2. ใช้เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล โดยไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง
  3. หญ้าหวานทางเลือกของคนอ้วน ให้ความหวานเหมือนน้ำตาล แต่ไม่ให้พลังงาน รับประทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน จึงช่วยในการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
  4. มีการนำหญ้าหวานไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่าง ๆ โดยปัจจุบันนิยมบริโภคหญ้าหวานอยู่ด้วยกัน 5 รูปแบบ โดยเรียงลำดับจากมากไปน้อย ได้แก่ ใบอบแห้ง, ใบแห้งบดสำหรับชงแบบสำเร็จรูป (ชาหญ้าหวาน), ใบสด, ใบแห้งบดสำหรับใช้แทนน้ำตาล (หญ้าหวานผง), และแบบสารสกัดจากใบแห้งด้วยน้ำ โดยจะนิยมนำมาชงเป็นชาดื่ม รองลงมาก็คือ การนำมาต้มและเคี้ยว แต่จะไม่ค่อยนิยมนำมาบริโภคในแบบผสมกับอาหารเท่าใดนัก
  5. มีการนำสารสกัดจากหญ้าหวานมาใช้แทนน้ำตาล หรือใช้ทดแทนน้ำตาลบางส่วน เพราะสารสตีวิโอไซด์นั้นมีความทนทานต่อกรดและความร้อนได้เป็นอย่างดี จึงสามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลาย เช่น น้ำอัดลม น้ำชาเขียว ขนมเบเกอรี แยม เยลลี ไอศกรีม ลูกอม หมากฝรั่ง ซอสปรุงรส ฯลฯ (ล่าสุดได้ยินมาว่าเครื่องดื่มแบรนด์ดังอย่างโคคา โคล่า ก็ได้มีจดสิทธิบัตรและได้ทำการผลิตโดยใช้สารสกัดนี้แล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่เห็นจำหน่ายในไทย ซึ่งถ้ามีมาเมื่อไหร่ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ไม่อยากดื่มน้ำตาลเป็นซอง ๆ)
  6. ในอุตสาหกรรมอาหาร สารสกัดจากหญ้าหวานถือว่ามีข้อดีหลายอย่าง เช่น การไม่ถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ เมื่อนำมาใช้กับอาหารจึงไม่ทำให้อาหารเกิดเน่าบูด ไม่ทำให้อาหารเกิดสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูง ๆ และที่สำคัญก็คือ จะไม่ถูกดูดซึมในระบบย่อยอาหาร จึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต และโรคหัวใจ
  7. สารสตีวิโอไซด์ นอกจากจะใช้ในอาหารและเครื่องดื่มแล้ว ปัจจุบันยังมีการนำไปใช้แทนน้ำตาลในการผลิตยาสีฟันอีกด้วย

หญ้าหวาน อันตรายหรือไม่ ?

มีความกังวลว่าสารสกัดดังกล่าวสามารถทำให้เป็นหมันได้หรือไม่ ? แล้วมันจะไปขัดขวางการดูดซึมของสารอาหารอื่น ๆ ในร่างกายด้วยหรือเปล่า ? เพราะเคยมีรายงานระบุว่าชาวปารากวัยกินหญ้าหวานแล้วทำให้เป็นหมันหรือไปลดจำนวนของอสุจิลง จนทำให้ประเทศไทยได้ใช้ประเด็นนี้ในการอ้างไม่อนุญาตให้มีการใช้หญ้าหวาน ซึ่งจากรายงานต่าง ๆ ที่ประชุมได้สรุปข้อมูลจากรายงานต่าง ๆ และได้มีการยืนยันว่าสารสกัดดังกล่าว เมื่อป้อนในหนูทดลองถึง 3 ชั่วอายุ จำนวน 3 รุ่น ไม่พบการก่อการกลายพันธุ์แต่อย่างใด หมายความว่าหนูทดลองยังคงขยายพันธุ์ได้เป็นปกติ และในญี่ปุ่นก็ไม่ได้มีการห้ามใช้หรือกลัวประเด็นนี้ เพราะมีการใช้มายาวนานถึง 17 ปี โดยไม่พบว่ามีแนวโน้มความเป็นพิษแต่อย่างใด

อัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับ สุขภาพและการออกกำลังกาย ได้ที่นี้ก่อนใคร

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

สุขภาพและการออกกำลังกาย

ถั่งเช่า >>

admin

Back to top