ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

บัวหิมะ สรรพคุณและประโยชน์เพื่อสุขภาพ

บัวหิมะ เพื่อสุขภาพ กับข้อควรรู้ก่อนนำมาใช้อย่างถูกต้อง หลายคนย่อมต้องเคยได้ยิน “บัวหิมะ” กันมาไม่น้อย เพราะเป็นที่เลื่องลือยิ่งนักในวงการความงาม ว่าสามารถทำให้ผิวหน้าขาวใสอย่างไร้ที่ติได้

และในด้านของประโยชน์เพื่อสุขภาพ บัวหิมะก็มีสรรพคุณในการรักษาบาดแผล ฟื้นฟูร่างกาย เป็นดั่งยาวิเศษในตำนานเลยนั่นเอง แม้บัวหิมะจะจัดว่าเป็นพืชกินหัวชนิดหนึ่ง

แต่ประโยชน์ของมันมากมายกว่าที่หลายคนคาดไม่ถึง วันนี้เราลองมาทำความรู้จักบัวหิมะกันเพิ่มเติมดีกว่า ว่าพืชชนิดนี้คืออะไร และมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง

ที่มาและลักษณะทั่วไปของ บัวหิมะ

บัวหิมะ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Smallanthus sonchifolius เรียกในภาษาอังกฤษว่า Yacon เป็นพืชใต้ดิน ถิ่นกำเนิดของพืชชนิดนี้อยู่ในอเมริกาใต้ อยู่ในวงศ์เดียวกันกับดอกทานตะวัน

มีลักษณะคล้ายมันเทศ ลำต้นมีความสูงประมาณ 2 – 3 เมตร ดอกบัวหิมะจะมีลักษณะเป็นสีขาวหรือสีเขียวอ่อน มักจะขึ้นในที่สูงและมีหิมะปกคลุม ในตำรายาของจีนบอกไว้ว่า บัวหิมะมีฤทธิ์เย็น มีสรรพคุณช่วยแก้อาการข้ออักเสบได้เป็นอย่างดี

บัวหิมะ

ผลบัวหิมะสามารถนำมาทำเป็นอาหารและผลิตเป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติได้ ซึ่งได้แก่ น้ำเชื่อมบัวหิมะ เพราะเต็มไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี เซเลเนียม และมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายมากกว่า 20 ชนิด

บัวหิมะเป็นพืชที่มีแคลอรีต่ำ โดยผลบัวหิมะ 100 กรัม จะมีพลังงาน 54 กิโลแคลอรีเท่านั้น ดังนั้นบัวหิมะจึงกลายเป็นอาหารลดน้ำหนักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก

บัวหิมะมีคุณประโยชน์หลายอย่าง อย่างไรก็ดี บัวหิมะที่คนไทยนิยมเรียกกันนั้นยังหมายถึงผลิตภัณฑ์อื่นที่ไม่ใช่บัวหิมะด้วย บัวหิมะ

โดยพืชและผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยที่หลายคนเรียกว่าบัวหิมะนั้น จำแนกออกเป็น 4 อย่าง ได้แก่

ดอกบัวหิมะ (Snow Lotus/Saussurea Involucrata) กลีบดอกมีลักษณะคล้ายกลีบบัว ขึ้นได้ดีในที่สูงประมาณ 2,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป มักนำมาใช้ต้านอาการอักเสบ อีกทั้งยังเชื่อว่าช่วยบำรุงหัวใจและขับสารพิษออกจากร่างกาย
ผลบัวหิมะ (Yacon/Smallanthus Sonchifolius) รูปร่างพืชชนิดนี้คล้ายหัวมันเทศ เมื่อกล่าวถึงบัวหิมะชนิดนี้จะหมายถึงส่วนของผล หัว หรือราก โดยหลายคนเชื่อว่าการรับประทานผลบัวหิมะช่วยลดความอ้วนได้ รวมทั้งอาจมีสรรพคุณทางยาในการรักษาปัญหาสุขภาพอื่น ๆ
ครีมบัวหิมะ ครีมนี้มักมีส่วนผสมของโสม ว่านหางจระเข้ การบูร หรือชะมดเช็ด ผู้คนนิยมเรียกครีมชนิดนี้ว่าครีมบัวหิมะ โดยใช้รักษาปัญหาผิวหนังต่าง ๆ เช่น ผื่นคัน แผลสด แผลน้ำร้อนลวก หรือโรคกลากเกลื้อน
บัวหิมะธิเบต หรือคีเฟอร์ (Kefir) แท้จริงแล้ว บัวหิมะธิเบตหรือคีเฟอร์คือผลิตภัณฑ์นมหมัก ซึ่งมีแบคทีเรียและยีสต์ มักนำมาใช้รักษาอาการย่อยยาก ระบบทางเดินอาหารไม่ดี แพ้น้ำตาลแลคโทส หรือท้องร่วง

คุณประโยชน์ของบัวหิมะ

บัวหิมะได้ชื่อว่าเป็นพืชที่มีคุณประโยชน์หลากหลาย บทความนี้จะเน้นเฉพาะคุณประโยชน์ของดอกบัวหิมะ และผลบัวหิมะ ที่ได้รับการกล่าวอ้างเกี่ยวกับสรรพคุณในการเสริมสร้างสุขภาพ โดยมีงานวิจัยที่ศึกษาประเด็นดังกล่าวไว้หลายมุมมอง ดังนี้

สรรพคุณของดอกบัวหิมะ

บัวหิมะ

ต้านโรคมะเร็ง

ดอกบัวหิมะได้รับการกล่าวอ้างว่าอาจช่วยต้านมะเร็ง ซึ่งปรากฏงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ศึกษาประเด็นนี้ งานวิจัยหนึ่งได้ศึกษาคุณประโยชน์ทางยาของดอกบัวหิมะในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าสารสกัดจากดอกบัวหิมะอาจช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากในห้องปฏิบัติการ ผลการศึกษานี้สอดคล้องกับงานวิจัยอีกชิ้นที่ทำการทดลองประสิทธิภาพของสารสกัดเอทิลจากดอกบัวหิมะ ผลการทดลองชี้ให้เห็นว่าดอกบัวหิมะมีสาร Hispidulin ที่อาจช่วยต้านการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหารในห้องปฏิบัติการเช่นกัน

นอกจากนี้ ดอกบัวหิมะยังอาจมีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งตับด้วย โดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้นำเซลล์มะเร็งตับมาทดสอบกับสารสกัดดอกบัวหิมะในห้องทดลอง เพื่อดูว่าสารสกัดดอกบัวหิมะจะก่อพิษต่อเซลล์มะเร็งหรือไม่ ปรากฏว่าสารสกัดเอทานอลจากดอกบัวหิมะมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งตับ ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้จำเป็นต้องศึกษาต่อไปอีกมาก เนื่องจากงานวิจัยเหล่านั้นเป็นการศึกษาเพียงขั้นต้นในห้องทดลอง จึงไม่อาจชี้ชัดได้ว่าดอกบัวหิมะจะต้านมะเร็งในผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บรรเทาอาการข้ออักเสบ

ข้ออักเสบคือภาวะอักเสบบริเวณข้อต่อ ส่งผลให้ผู้ป่วยปวดข้อหรือข้อติดแข็ง ซึ่งอาการจะแย่ลงตามอายุที่มากขึ้น โดยโรคข้อเสื่อมและข้ออักเสบรูมาตอยด์ จัดเป็นโรคข้ออักเสบที่พบได้มากที่สุด มีบางคนรับประทานดอกบัวหิมะเพื่อบรรเทาอาการข้ออักเสบ ซึ่งมีผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่แสดงให้ว่าดอกบัวหิมะอาจช่วยอาการข้ออักเสบได้บ้าง ดังงานวิจัยหนึ่งได้นำหนูมาทดลอง โดยฉีดสารชนิดหนึ่งเข้าชั้นผิวหนังบริเวณฝ่าเท้าซ้าย เพื่อให้เกิดอาการข้ออักเสบ และให้ดื่มสารสกัดจากดอกบัวหิมะเป็นเวลา 21 วัน ผลปรากฏว่าสารสกัดดอกบัวหิมะลดอาการข้ออักเสบได้ โดยบรรเทาระดับความรุนแรงและอาการบวมที่เท้าของหนู

เช่นเดียวกับงานวิจัยอีกชิ้นที่นำหนูที่เป็นข้ออักเสบชนิดหนึ่งมาศึกษา โดยให้หนูกินสารสกัดดอกบัวหิมะ 420 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เป็นเวลา 40 วัน พบว่าดอกบัวหิมะช่วยลดจำนวนเซลล์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ รวมทั้งชะลอการทำลายข้อ

แม้งานวิจัยทั้ง 2 ชิ้นจะชี้ให้เห็นว่าดอกบัวหิมะช่วยอาการข้ออักเสบ แต่ไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่าจะนำมาใช้รักษาผู้ป่วยโรคข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากงานวิจัยที่ยกมานี้เป็นการทดลองกับสัตว์ จึงต้องทำการศึกษากับผู้ป่วยจริงต่อไป เพื่อรับรองความปลอดภัยในการนำมาใช้รักษากับคน ทั้งนี้ การรักษาข้ออักเสบที่ปลอดภัยและได้ผลจริงคือเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ ได้แก่ รับประทานยาบรรเทาอาการและลดการอักเสบ ทำกายภาพบำบัด หรือเข้ารับการผ่าตัดข้อในบางกรณี

ต้านอนุมูลอิสระ

ดอกบัวหิมะถูกอ้างว่าเป็นพืชอีกชนิดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ งานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ศึกษาประเด็นนี้กับหนูทดลอง โดยให้หนูกินสารสกัดแอลกอฮอล์จากดอกบัวหิมะติดต่อกัน 4 สัปดาห์ และให้ทดลองว่ายน้ำ เพื่อดูว่าดอกบัวหิมะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวร่างกายของหนูทดลองอย่างไร ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าหนูทดลองมีระดับกรดแลคติกในเลือดลดลงหลังได้รับสารสกัดแอลกอฮอล์มากกว่าหนูทดลองในกลุ่มควบคุม ซึ่งหมายความว่า ดอกบัวหิมะอาจช่วยต้านอาการเมื่อยล้ากล้ามเนื้อได้ อีกทั้งยังมีฤทธิ์ทำลายสารอนุมูลอิสระด้วย

อย่างไรก็ตาม ยังไม่อาจชี้ชัดได้ว่าดอกบัวหิมะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในคน ประเด็นดังกล่าวจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติม โดยทำการทดลองกับกลุ่มคนจำนวนมากในระยะยาว เพื่อดูว่าดอกบัวหิมะมีสรรพคุณทางยาในการต้านอนุมูลอิสระได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่

บรรเทาอาการแพ้ความดันอากาศในที่สูง

อาการแพ้ความดันอากาศในที่สูง (Altitude Sickness) เป็นภาวะที่ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอเมื่อขึ้นไปอยู่ที่ที่มีความกดอากาศสูง ส่งผลให้ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร และนอนไม่หลับ ผู้ที่ไม่คุ้นเคยและต้องขึ้นไปในที่สูงประมาณ 2,438 เมตร หรือ 8,000 ฟุตขึ้นไปอย่างกะทันหันมักเกิดภาวะนี้ได้ง่าย ดอกบัวหิมะได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรที่นำมาใช้ในภาวะขาดออกซิเจน งานวิจัยชิ้นหนึ่งจึงนำดอกบัวหิมะและพืชสมุนไพรที่ขึ้นในแถบชิงไห่ทิเบตมาศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณดังกล่าว โดยให้หนูทดลองได้รับสารสกัดจากดอกบัวหิมะและพืชสมุนไพรอื่น ๆ และเข้าไปอยูในแบบจำลองที่มีความกดอากาศคล้ายกับการอยู่ในที่สูง ปรากฏว่าหนูที่กินสารสกัดดอกบัวหิมะมีอัตราการตายจากภาวะความกดอากาศเปลี่ยนแปลงกะทันหันลดลง ทั้งนี้ ดอกบัวหิมะยังเป็นพืชที่มีฤทธิ์รักษาภาวะขาดออกซิเจนได้ดีกว่าเมื่อเทียบกับพืชสมุนไพรอื่น

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้จำเป็นต้องศึกษากับคนต่อไป เพื่อรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการนำดอกบัวหิมะมาใช้ในผู้ป่วยแพ้ความดันอากาศในที่สูง

บรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง

ดอกบัวหิมะได้ชื่อว่ามีคุณสมบัติแก้ปวดและบรรเทาอาการอักเสบ โดยมีงานวิจัยหนึ่งให้หนูทดลองที่ผิวหนังบวมกินบัวหิมะเพาะเลี้ยงเป็นเวลา 7 วัน พบว่าช่วยลดอาการบวมได้ และยังทดลองให้หนูที่โดนความร้อนลวกผิวกินบัวหิมะเพาะเลี้ยง แล้วพบว่าหนูเหล่านั้นมีอาการปวดแผลน้อยลงเช่นกัน โดยทั่วไปแล้ว แผลไฟไหม้หรือถูกน้ำร้อนลวกจะทำให้เกิดอาการปวดและบวมแดง จึงอาจเป็นไปได้ว่าดอกบัวหิมะมีสรรพคุณบรรเทาอาการที่เกิดจากแผลเหล่านี้ด้วย

เนื่องจากงานวิจัยดังกล่าวทดลองกับสัตว์ จึงควรมีการศึกษาโดยตรงกับคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับสรรพคุณของดอกบัวหิมะในการนำมารักษาแผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก

รับประทานบัวหิมะอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ

มีการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของดอกบัวหิมะและผลบัวหิมะอย่างหลากหลาย โดยผลการศึกษาของงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นสรรพคุณของบัวหิมะทั้ง 2 ชนิด อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการรับประทานดอกบัวหิมะเพื่อหวังสรรพคุณทางยาดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน เนื่องจากยังไม่ปรากฏงานวิจัยที่ศึกษาคุณประโยชน์ของดอกบัวหิมะที่ส่งผลต่อคนโดยตรง จึงไม่อาจชี้ชัดได้ว่าดอกบัวหิมะจะรักษาโรคได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ดอกบัวหิมะอาจทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคบางชนิด หรือก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อภาวะสุขภาพบางอย่าง โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร

ส่วนผู้ที่ต้องการบริโภคผลบัวหิมะเพื่อบำรุงสุขภาพก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเช่นกัน โดยควรจำกัดปริมาณที่ช่วยให้ผู้บริโภคได้รับคุณประโยชน์อย่างปราศจากผลข้างเคียง เนื่องจากยังปรากฏแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับผลข้างเคียงและปริมาณบัวหิมะที่เหมาะสมไม่มากนัก

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าผู้สูงอายุที่บริโภคแป้งบัวหิมะแช่แข็งแห้ง ซึ่งผสมสาร Fructooligosaccharides 7.4 กรัม เป็นเวลา 9 สัปดาห์ มีระดับกลูโคสลดลงโดยปราศจากผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร เช่นเดียวกับงานวิจัยอีกชิ้นที่เปรียบเทียบคุณสมบัติของโสมเปรูหรือมาคา (Maca) และผลบัวหิมะ พบว่าผู้ที่รับประทานอาหารเสริมผลบัวหิมะผสมยาไซลิมารินในอัตราส่วนวันละ 2.4 กรัม ต่อ 0.8 กรัมต่อวัน ไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ตามมา จะเห็นได้ว่าการรับประทานผลบัวหิมะเพื่อหวังสรรพคุณทางยานั้นต้องคำนึงถึงปริมาณที่ได้รับเป็นสำคัญ เนื่องจากงานวิจัยที่ยกมานี้ต่างระบุปริมาณของผลบัวหิมะที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง อาจกล่าวได้ว่าอาหารเสริมผลบัวหิมะอาจเป็นสารอาหารที่มีสรรพคุณทางยาหากบริโภคในปริมาณที่เหมาะสม

ประโยชน์ของ บัวหิมะ

บัวหิมะ

1.ช่วยลดน้ำหนัก

ในบัวหิมะมีน้ำตาลธรรมชาติที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก จากการศึกษาในปี 2009 ได้มีการตีพิมพ์ในนิตยสารวิชาการทางการแพทย์ พบว่า ผู้หญิงที่รับประทานบัวหิมะ ในปริมาณ 0.14 – 0.29 ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 120 วัน จะมีน้ำหนักตัว ดัชนีมวลกายและรอบเอวลดลง เพราะน้ำเชื่อมที่อยู่ในบัวหิมะจะเข้าไปสร้างความรู้สึกอิ่มให้ร่างกาย จึงช่วยลดความหิวลง ทำให้ทานอาหารในปริมาณที่น้อยลง น้ำหนักตัวจึงลดลงได้อย่างง่ายดาย

2.ลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์

ในบัวหิมะมีน้ำตาลธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฟรุกโตโอลิโกแซคคาไรด์ (Fructooligosaccharide) มีคุณสมบัติในการลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ และคอเลสเตอรอลตัวร้าย จากการศึกษาในปี 2011 ได้พบว่า หนูทดลองที่เป็นเบาหวาน เมื่อได้ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของบัวหิมะติดต่อกันทุกวัน ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์และคอเลสเตอรอลตัวร้าย มีอัตราการลดลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการศึกษาในมนุษย์ก็แสดงให้เห็นว่า การรับประทานบัวหิมะเป็นประจำ จะช่วยลดไขมันทั้งสองชนิดลงได้เช่นกัน เมื่อระดับไขมันเลวในร่างกายลดลง จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดตามไปด้วย

3.ลดระดับน้ำตาลในเลือด

บัวหิมะจะมีรสชาติหวาน แต่ความหวานนี้มาจากอินนูลิน (Inulin) ซึ่งเป็นน้ำตาลจากธรรมชาติ จากการศึกษาพบว่า อินนูลินเป็นสารที่ส่งเสริมการทำงานของอินซูลินในร่างกาย สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การรับประทานบัวหิมะอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด นอกจากนี้ความหวานของบัวหิมะยังน้อยกว่าระดับความหวานของน้ำตาลครึ่งหนึ่ง ดังนั้นบัวหิมะจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องระดับน้ำตาลในเลือด

4.ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคความดัน

บัวหิมะมีสรรพคุณที่ดีต่อหัวใจ เพราะในบัวหิมะนั้นมีระดับโพแทสเซียมสูง เป็นแร่ธาตุที่มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือด ทำให้ระบบหลอดเลือดและหัวใจเกิดการผ่อนคลาย ช่วยกระตุ้นระบบการไหลเวียนของเลือด ทำมีออกซิเจนในเลือดเพิ่มขึ้น ลดความดันโลหิต จึงช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจให้น้อยลง ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจของผู้ป่วยได้อีกด้วย นอกจากนี้โพแทสเซียมในบัวหิมะยังทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของเหลวในเนื้อเยื้อและเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายร่วมกับโซเดียม แต่ควรมีการควบคุมการบริโภคโซเดียมในแต่ละวันให้เหมาะสมด้วย

5.ต้านมะเร็ง

จากการศึกษาในปี 2011 ในวารสารวิชาการ Fitoterapia พบว่า บัวหิมะมีสรรพคุณที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตการกลายพันธ์ของเซลล์มะเร็งได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งผิวหนัง โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และ7 ประโยชน์ของบัวหิมะเพื่อสุขภาพ กับข้อควรรู้ก่อนนำมาใช้อย่างถูกต้อง

โรคมะเร็งของเลือด 3 ชนิด คือ โรคมะเร็งไขกระดูก โรคมะเร็งต่อน้ำเหลือง โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวลดลง นอกจากนี้ในบัวหิมะยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกาย ไม่ให้ถูกอนุมูลอิสระทำลาย จนทำให้เกิดการอักเสบต่าง ๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมะเร็ง

6.ป้องกันไขมันพอกตับ

สรรพคุณของบัวหิมะนอกจากจะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในร่างกายได้แล้ว จากการศึกษาในปี 2008 ยังพบว่า การรับประทานบัวหิมะควบคู่ไปกับไซลิมาริน (Silymarin) จะส่งผลดีต่อผู้ป่วยที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับระบบเผาผลาญในร่างกายจนทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง จากการศึกษาพบว่า เมื่ออาสาสมัครรับประทานบัวหิมะวันละ 2.4 กรัม และสารไซลิมาริน (Silymarin) วันละ 0.8 กรัม ติดต่อกัน 90 วัน จะมีระดับคอเลสเตอรอลลดลง ทำให้ปริมาณไขมันในตับลดลงได้ จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับลงได้

7.กระตุ้นระบบขับถ่าย ลดอาการท้องผูก

ในบัวหิมะนั้นมีโพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียชนิดดีต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยลดอาการท้องผูก ท้องอืด ป้องกันการเกิดเนื้องอกในกระเพาะอาหารหรือมะเร็งลำไส้ให้ลดลงได้ ไฟเบอร์ในบัวหิมะก็ช่วยเสริมระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นด้วย บัวหิมะจึงเป็นพืชที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพดีได้อย่างแท้จริง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้บัวหิมะ

ถึงแม้บัวหิมะจะมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพ แต่คนเราก็ไม่ควรบริโภคบัวหิมะในปริมาณมากได้ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ ดังนั้นคนที่มักจะมีอาการแพ้ง่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะกินจะดีที่สุด

โดยในปัจจุบัน ได้มีการนำบัวหิมะมาสกัดเป็นครีมบัวหิมะ เพื่อแก้อาการแพ้ ได้แก่ สิวอักเสบ ผื่นแดง แสบร้อน น้ำร้อนลวก และไฟไหม้ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด นอกจากการกินสด ๆ แล้ว เรายังสามารถนำบัวหิมะมาประกอบอาหารได้หลากหลาย เช่น ต้มซุปกระดูกหมู หรือสามารถนำไปทำเป็นของหวานได้อีกด้วย เช่น ทับทิมกรอบบัวหิมะ ก็มีรสชาติที่อร่อย และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

บัวหิมะนั้น เป็นพืชที่มีสรรพคุณในการบำรุงร่างกาย ช่วยลดความอ้วน ลดการสะสมคอเลสเตอรอลในร่างกาย ทำให้สุขภาพหัวใจแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นพืชที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามิน มีสารอนุมูลอิสระสูง ที่จะช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากโรคมะเร็ง ประโยชน์ของบัวหิมะมากมายถึงเพียงนี้ ห้ามพลาดพืชชนิดนี้กันอย่างเด็ดขาด

อัพเดตข่าวสารเกี่ยวกับ สุขภาพและการออกกำลังกาย ได้ที่นี้ก่อนใคร

หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

สุขภาพและการออกกำลังกาย

มะขาม >>

admin

Back to top