10 ผลไม้วิตามินซีสูง เพื่อผิวสวย มีออร่าระหว่างวัน

10 ผลไม้วิตามินซีสูง เพื่อผิวสวย มีออร่าระหว่างวัน วิตามินซี (ภาษาอังกฤษ: Vitamin C) เป็นหนึ่งในวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยบำรุงผิวพรรณได้เป็นอย่างดี ดังนั้นคนเราจึงต้องเสริมวิตามินซีให้เพียงพอต่อร่างกายอยู่เสมอ โดยเราสามารถหาวิตามินซีได้จากพืชผักผลไม้ทั่วไป โดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว และจากวิตามินซีที่อยู่ในรูปของอาหารเสริม แต่ทั้งนี้ การได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงควรศึกษาเกี่ยวกับทั้งประโยชน์และโทษของวิตามินซี รวมถึงวิธีการรับประทานวิตามินอย่างถูกต้องและเหมาะสม

8 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี

  1. วิตามินซี มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ จึงสามารถซึมซับเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยขับสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใส ลดปัญหาสิว ฝ้า กระ หมดกังวลเรื่องปัญหาผิวเสียไปได้เลย
  2. มีส่วนช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจน และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพให้สมบูรณ์ ทั้งยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเนียนใส พร้อมฟื้นบำรุงผิวที่แห้งกร้านจากการถูกแดดเผาให้กลับมาเรียบเนียน และดูมีสุขภาพผิวดีอีกครั้ง
  3. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กเหมาะกับผู้ที่ขาดธาตุเหล็กหรือร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กได้น้อย โดยวิตามินซีจะทำให้ร่างกายของเรามีความสามารถในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น และได้รับปริมาณธาตุเหล็กและวิตามินซีที่เพียงพอในแต่ละวัน
  4. ความเครียดจะทำให้วิตามินซีถูกสลายไปอย่างรวดเร็ว หากคุณเป็นผู้ที่มีความเครียดสูง วิตามินซีจะถูกดึงไปใช้เพื่อปรับสภาพอารมณ์ในปริมาณมาก ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงความเครียดและหมั่นทำกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายอยู่บ่อยๆ เพื่อให้วิตามินที่รับประทานเข้าไปไม่สลายรวดเร็วเกินไป
  5. ศัตรูของวิตามินคือ แสง ออกซิเจน บุหรี่ ความร้อนและน้ำ ซึ่งหากได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้นานๆ จะทำให้วิตามินซีสลายไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ร่างกายขาดวิตามินซีในที่สุด
  6. การรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่มากเกินไปก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ ตัวอย่างเช่น อาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ปัสสาวะบ่อย เป็นนิ่วหรือมีผื่นผิวหนัง และยังอาจทำให้ผลการตรวจวินิจฉัยโรคบางโรคแปรปรวนไปจากความเป็นจริง เพราะฉะนั้นจึงควรรับประทานวิตามินซีในปริมาณที่พอเหมาะ และหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีเสริมเมื่อต้องตรวจวินิจฉัยโรค เช่น โรคมะเร็ง เพื่อให้ผลตรวจออกมาตรงตามความเป็นจริงมากที่สุด
  7. ปริมาณวิตามินซีที่ควรได้รับคือ 60 มิลลิกรัมต่อวันในคนปกติ ส่วนในหญิงตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุควรได้รับวิตามินซีมากขึ้น โดยอยู่ที่ประมาณ 70-96 มิลลิกรัมต่อวัน
  8. การรับประทานวิตามินซีให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ควรรับประทานหลังมื้ออาหารหรือพร้อมอาหาร เพราะวิตามินซีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารและวิตามินซีไปใช้งานได้ง่ายขึ้น และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารด้วย

วิตามินซีในผักและผลไม้

โดยปกติแล้วเราสามารถหาวิตามินซีได้จากธรรมชาติ โดยเฉพาะในพืชผักผลไม้ทั่วไป ซึ่งแหล่งวิตามินซีที่พบได้มากที่สุด มีดังนี้

วิตามินซี

1. ส้ม

ส้มอุดมไปด้วยเส้นใยธรรมชาติ วิตามินซี เกลือแร่ และคอลลาเจนสูงทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น และมีน้ำมีนวล เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นขึ้น โดยนวดเปลือกส้มแล้วสับให้ละเอียด จากนั้นนำไปทาบริเวณใบหน้า คอ และไหล่แล้วปิดทับด้วยผ้าบางๆ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เสร็จแล้วใช้ครีมบำรุงผิวตามปกติ สูตรนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้มากเลยทีเดียว หรือ ผสมเนื้อส้ม 1 ผล กับ โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย นำมาปั่นรวมกับโยเกิร์ต โดยไม่ต้องปั่นระเอียดมากนัก นำส่วนผสมที่ได้มาพอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตาและริมฝีปากเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก

วิตามินซี

2. แอปเปิ้ล

แอปเปิ้ล อุดมไปด้วยเพคตินที่ช่วยทำให้เล็บแข็งแรง ซึ่งจะมีวิตามินซีที่สามารถช่วยให้ผิวพรรณสวย เปล่งปลั่ง และยังเป็นผลไม้ที่ทานแล้วไม่ทำให้อ้วนอีกด้วย โดยนำแอปเปิ้ลไม่ปอกเปลือก 1 ผล น้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาปั่นให้ละเอียดพอกให้ทั่วใบหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกทำเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้งแอปเปิ้ลจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกที่อุดตันตามรูขุมขนและลดเลือนจุดด่างดำ ส่วนน้ำผึ้งช่วยให้หน้านุ่มเนียนกระจ่างใสขึ้น

วิตามินซี

3. สตรอว์เบอร์รี่

วิตามินซีที่อุดมอยู่ในผลสตรอว์เบอร์รี่ รวมถึงวิตามินเอ ฟอสฟอรัส แคลเซียม แถมด้วยกรด Ascorbic acid ซึ่งสามารถช่วยบำรุงเซลล์เม็ดเลือดแดง เพียงรับประทานสตรอว์เบอร์รี่สดทุกวัน ก็จะทำให้ผิวพรรณของสาวๆ ก็จะเรียบเนียนเปล่งปลั่ง ช่วยชะลอความชรา และการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร โดยนำสตรอว์เบอร์รี่ 3-4 ผล โยเกิร์ต 1 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บดสตรอเบอร์รี่ให้ละเอียด เติมโยเกิร์ต และน้ำผึ้งลงไปเพื่อให้เป็นส่วนผสมข้นๆ ทาลงบนใบหน้าและลำคอที่ทำความสะอาดแล้ว ยกเว้นรอบบริเวณดวงตาทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โยเกิร์ตจะช่วยสร้างความสมดุลให้ผิวในขณะที่สตรอเบอร์รี่ช่วยทำความสะอาดและกำจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพทำให้ผิวจะกระจ่างใสและสดชื่น

วิตามินซี

4. สับปะรด

อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อันได้แก่ วิตามินซีเบต้าแคโรทีน และแมงกานีสที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ผิวหนัง กินบ่อยๆ จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยผสมน้ำสับปะรด น้ำผึ้ง น้ำสะอาดคนให้เข้ากัน พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้ายกเว้นบริเวณปากและดวงตาทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีแล้วล้างออก สับปะรดช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส และลดการอักเสบของผิวได้สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีวิตามิน A วิตามิน C สูงช่วยต้านอนุมูลอิสระและมีเกลือแร่อีกหลายชนิดช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น

วิตามินซี

5. ทับทิม

ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินเอ ซี อีสูง ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นด้านการเสริมสร้างผิวสวย กระจ่างใส ทั้งยังช่วยการทำงานของหัวใจได้เป็นอย่างดี ใครอยากมีผิวขาวสวย หัวใจแข็งแรง แนะนำให้ลองดื่มน้ำทับทิมวันละ 1 แก้วรับรองผิวพรรณสวยขึ้นแน่นอน หรืออาจใช้มาส์กสำเร็จที่สกัดมาจากทับทิมก็ได้

วิตามินซี

6. มะเขือเทศ

จะช่วยชะลอวัยให้อ่อนเยาว์ และยังช่วยป้องกันความเสื่อมของเซลล์ผิวได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะทานเล่นๆ หรือปั่นเป็นน้ำผล ไม้ทานก็ดีต่อสุขภาพผิวเช่นกัน หรือมาส์ก โดยการผสมน้ำมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำมะนาวสด 2-4 หยด แล้วใช้สำลีชุบน้ำมะเขือเทศกับมะนาวที่ผสมไว้บนผิวบริเวณที่ต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วใช้น้ำอุ่นเกือบเย็นล้างออกเพื่อทำให้รูขุมขนหดตัวลงและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

วิตามินซี

7. มะนาว

เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง ซึ่งวิตามินซีที่ว่านี้ก็จะช่วยให้สาวๆ นั้นมีผิวพรรณที่นุ่มเนียนสดใส และเปล่งปลั่งด้วย โดยผสมน้ำมะนาวครึ่งลูกและดินสอพอง 4-5 เม็ด นำดินสอพองและมะนาวมาผสมให้เข้ากัน จะได้ครีมที่เหนียวข้น พอกทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาทีก่อนเข้านอน และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละประมาณ 3 – 4 ครั้ง จะทำให้หน้าใสมากขึ้น หรือผสมน้ำมะนาว 1 ช้อนชา และน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสมมาคนให้เข้ากัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำแค่อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ก็จะทำให้ใบหน้าอ่อนวัย ใส่เปล่งปลั่ง

วิตามินซี

8. ฝรั่ง

มีวิตามินซีมาก รวมถึงมีวิตามินเอและโพแทสเซียมในปริมาณสูง ช่วยขับสารพิษจนทำให้ผิวมีสุขภาพดีไร้ริ้วรอยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยนำเนื้อฝรั่งมาบดให้ละเอียด แล้วพอกหน้า จะช่วยป้องกันผิวเหี่ยวย่น วิธีแก้จุดสัมผัสที่หยาบกร้าน ถ้าคุณมีผิวที่กร้านจากการสัมผัสกับสิ่งต่างๆ ตลอดเวลาทำให้ผิวหนังแห้งสากได้

วิตามินซี

9. แตงโม

มีทั้งแร่ธาตุและวิตามินหลากหลายชนิดที่มีอยู่มากมาย ช่วยบำรุงผิวพรรณของสาวๆ ช่วงล้างไต และของเสียขับปัสสาวะในร่างกาย สามารถมาส์กได้โดยนำแตงโมมาฝานให้เป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด จากนั้นให้นำชิ้นแตงโมเหล่านั้นมาแปะให้ทั่วใบหน้า ทิ้งเอาไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

วิตามินซี

10. อะโวคาโด

เพราะในผลไม้ชนิดนี้มีวิตามิน เอ ซี อี ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ และสารแอนตี้ออกซิเดนท์อย่าง วิตามิน B1 B2 B6 โดยนำอะโวคาโดสดครึ่งลูกผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา แล้วมาส์กหน้าทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำธรรมดา จะทำให้ผิวหน้ากระชับตึง เฟิร์มขึ้น

นอกจากจะหาวิตามินซีได้จากพืชผักผลไม้ทั่วไปแล้ว เรายังสามารถรับประทานวิตามินซีได้จากวิตามินเสริมเช่นกัน โดยมีประโยชน์ตรงที่รับประทานง่ายและอาจเห็นผลของวิตามินทันใจกว่าการรับประทานแบบอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม เราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อควรระวังของการรับประทานวิตามินซีเสริมเสียก่อน 

ประโยชน์ของวิตามินซี

  1. มีส่วนช่วยในการต้านสารอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ มีความเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น
  2. มีฤทธิ์เป็นยาระบาย แก้ปัญหาท้องผูก และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่หากรับประทานมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียแทนได้
  3. ช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง เพราะวิตามินซีจะทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติ และขจัดสิ่งแปลกปลอมในร่างกายออกไป
  4. ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย แถมยังลดอาการไข้หวัดได้ และต่อต้านเชื้อไวรัสต่างๆ
  5. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
  6. สลายไขมัน ลดการเกิดเส้นเลือดอุดตันได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยลดความดันโลหิตได้ดี
  7. ช่วยให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวามากขึ้น
  8. บำรุงเหงือกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และปัญหาเลือดออกตามไรฟันได้เป็นอย่างดี
  9. ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ
  10. ช่วยรักษาแผลผ่าตัดให้หายเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะคุณแม่ที่คลอดบุตรด้วยวิธีการผ่าตัด

เมื่อร่างกายขาดวิตามินซีจะเกิดอะไรขึ้น

  1. มีเลือดออกตามไรฟัน และมักจะมีอาการปวดบริเวณเหงือกบ่อยๆ เพราะการขาดวิตามินซีทำให้สุขภาพเหงือกไม่แข็งแรง
  2. รู้สึกเจ็บ หรือปวดกล้ามเนื้อ และมีอาการอ่อนแรง ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยได้ยกของหนักบ่อย 
  3. ปากแห้งแตกเป็นขุยแม้ว่าจะเป็นช่วงหน้าฝน
  4. แผลหายช้ากว่าปกติ
  5. อ่อนเพลียและรู้สึกเบื่ออาหาร อยากนอนอยู่ตลอดเวลา และจะรู้สึกไม่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
  6. ผิวแห้งกร้านคล้ำเสีย ถึงแม้ว่าจะบำรุงผิวอยู่เป็นประจำก็ตาม เนื่องจากร่างกายขาดคอลลาเจน (Collagen) จากวิตามินซีที่เป็นตัวช่วยสำคัญในการบำรุงผิว
  7. เสี่ยงโรคหัวใจ โรคกระดูกและโรคหลอดเลือดสูง
  8. ภูมิต้านทานต่ำ เป็นหวัดง่าย มักจะเป็นๆ หายๆ อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัสได้สูง

โทษจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป

  • ทำให้การตรวจวินิจฉัยโรคบางโรคเกิดความผิดพลาด เช่น โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง หรือการตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ เป็นต้น
  • เกิดภาวะได้รับธาตุเหล็กมากเกินไป เนื่องจากวิตามินซีมีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็ก ดังนั้นเมื่อรับประทานวิตามินซีมากเกินไป ก็จะทำให้ได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปด้วย 

วิตามินซีทำให้ผิวขาวใสจริงหรือ

วิตามินซีดูเหมือนจะเป็นอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมในหมู่คนรักความงาม โดยเฉพาะในเรื่องความขาวใสของผิว ซึ่งคำตอบคือ: ความขาวที่ได้รับหลังการรับประทานวิตามินซีเข้าไป สามารถเป็นไปได้จริง 

ด้วยหลักการทำงานของวิตามินซี ที่มีส่วนช่วยลดการเกิดขึ้นของเม็ดสีเมลานิน (Melanin) แก้ปัญหาจุดด่างดำ เมื่อรับประทานเข้าไปนานๆ ก็ทำให้ผิวดูขาวมากขึ้นกว่าผิวสีเดิม แต่ระดับความขาวที่เกิดขึ้น ก็ไม่ได้มากจนเลยระดับผิวหนังเดิมของตนเองไปแต่อย่างใด เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากแค่วิตามินซีอีก ไม่ว่าจะเป็นครีมกันแดด การทำงานกลางแจ้ง หรือปล่อยให้ผิวสัมผัสกับแสงแดดและความร้อนโดยตรงเป็นเวลานาน 

ส่วนความใสของผิวหน้าหลังจากที่รับประทานวิตามินซีนั้น เพราะวิตามินซีจะช่วยทำให้ผิวชุ่มชื่น ลดจุดด่างดำด้วยการทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงทำให้ผิวดูเรียบเนียนเป็นสีเดียวกัน และทำให้ผิวดูใสมีสุขภาพดีมากขึ้นด้วย

จะเกิดอันตรายหรือไม่ หากรับประทานวิตามินซีติดต่อกันเป็นเวลานาน

สำหรับผู้ที่รับประทานวิตามินซีชนิดอาหารเสริมเป็นเวลานาน แล้วเกิดสงสัยว่าการรับประทานแบบนี้จะส่งผลให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ แม้จะรับประทานในสัดส่วนที่ไม่มากเกินความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน เพื่อไขข้อข้องใจ เรามาดูการทำงานของวิตามินซี และผลจากการรับประทานวิตามินซี ดังต่อไปนี้

  • วิตามินซีจะเป็นวิตามินที่สามารถละลายได้ในน้ำ ดังนั้น หากเป็นเด็ก ควรได้รับวิตามินซีเพียงแค่ 35-45 กรัมต่อวัน ส่วนในผู้ใหญ่ควรอยู่ที่ 50-60 กรัมต่อวัน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่ เป็นหวัดง่าย หรือหญิงตั้งครรภ์ สามารถรับวิตามินซีได้มากกว่าปกติ แต่ทั้งนี้ควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมหรืออาจปรึกษาแพทย์ ถึงปริมาณที่ควรรับประทาน
  • การดูดซึมของวิตามินซี จะดูดซึมที่ลำไส้เล็ก ซึ่งการดูดซึมแต่ละครั้ง จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนที่ร่างกายรับประทานเข้าไป ยิ่งรับประทานมาก ร่างกายก็จะดูดซึมมากตามไปด้วย
  • ยังไม่มีรายงานเกี่ยวกับอันตรายหรือผลข้างเคียงจากการรับวิตามินซีมากเกินไป หรือรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน  แต่ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยคือ ผลข้างเคียงต่อระบบย่อยอาหารและระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากการรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป จะทำให้เกิดอาการท้องเสีย แสบท้อง ไม่สบายท้อง และยังพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคนิ่วในไตได้มากกว่าคนทั่วไปด้วย

วิตามินซี เป็นวิตามินทีมีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก ซึ่งจะช่วยบำรุงทั้งร่างกายให้แข็งแรงและบำรุงผิวพรรณให้ขาวกระจ่างใสดูเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถรับประทานวิตามินซีได้ทั้งจากพืชผักผลไม้ทั่วไป และจากวิตามินซีเสริม แต่ทั้งนี้ ก็ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นกับร่างกายจากการได้รับวิตามินซีมากเกินไป https://rositacorrer.com

Background of healthy fresh fruits