เริ่มดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ถูกต้อง!!

เริ่มดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ถูกต้อง!!

เริ่มดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ถูกต้อง!! ยิ่งเคี้ยว ยิ่งอ่อนเยาว์ จริงหรือ ? แล้วต้อง เคี้ยวกี่ครั้ง ต่อ 1 คำกันนะ 

ใน 1 เคี้ยว มีรายละเอียดดังนี้

การกินซุปผักหรือดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นเป็นประจำทุกวันเป็นวิธีที่ช่วยให้ร่างกายได้รับสารพฤกษเคมีปริมาณมาก นอกจากนี้การ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดการเกิดอนุมูลอิสระ ROS ได้ ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ได้คำละ 30 ครั้ง บาคาร่า สูตรบาคาร่า

เคยทราบหรือไม่ว่า น้ำลายมีสรรพคุณช่วยต้านการเกิดโรคมะเร็ง เนื่องจากเอมไซม์ชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระอยู่ในน้ำลาย joker ฉะนั้นการกินอาหารวันละ 3 มื้อ รวมถึงการเคี้ยวให้ละเอียด ทำให้เอมไซม์อะไมเลสหลั่งออกมาพร้อมกับน้ำลายมีปริมาณมากพอ จึงทำให้ไม่มีอนุมูลอิสระ ROS สะสมในร่างกายมากเกินไป

ผักสีเขียวช่วยป้องกันโรค

นอกจากนี้การเคี้ยวอาหารจนละเอียดยังช่วยฉีกเยื่อหุ้มเซลล์ของผักผลไม้ออกเพื่อให้ร่างกายได้รับพฤกษเคมีอย่างเต็มที่ อีกทั้งการเคี้ยวให้อาหารมีชิ้นเล็กลงทีละน้อยยังทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารผิดปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดค่อย ๆ เพิ่มขึ้น จึงไม่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

เริ่มดูแลสุขภาพง่ายๆ ด้วยการเคี้ยวอาหารให้ถูกต้อง!!

เคี้ยวเร็วเพราะอาหารปรุงแต่ง

อาหารสมัยนี้ถูกปรุงแต่งให้รู้สึกอร่อยโดยไม่ต้องเคี้ยวนาน ๆ หนึ่งในนั้นคือ “ขนมกินเล่น” ทิ่นิยมใส่ “ผงชูรส”  หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมต ซึ่งเป็นสารเคมีที่กระตุ้นปุ่มรับรสให้ไวขึ้นกว่าปกติ จึงรู้สึกว่ารสชาติกลมกล่อม แม้จะเคี้ยวเพียงไม่กี่คำAdvertisement

ในประเทศญี่ปุ่นเคยมีผู้ผลิตขนมรายหนึ่ง แทงบอลออนไลน์ ใส่ผลชูรสปริมาณมาก ปรากฏว่ายอดขายเพิ่มขึ้นมหาศาล เพราะลูกค้ารู้สึกว่าอร่อยและซื้อซ้ำจนกลายเป็นคนติดผงชูรส ตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ ไม่มีอาหารชนิดใดบนโลกจะอร่อยโดยไม่ต้องเคี้ยว ดังนั้นการกินอาหารแบบไม่เคี้ยว แต่กลับรู้สึกอร่อยได้จึงเป็นสิ่งผิดธรรมชาติ

เมื่อกินอาหารที่ใส่ผงชูรสเป็นเวลานานและเคี้ยวอาหารน้อยครั้ง เป็นสาเหตุทำให้สมองไม่ตื่นตัว และระบบประสาทอัตโนมัติเสียสมดุล อ้าว แล้วแบบนี้เราต้อง เคี้ยวกี่ครั้ง เพราะถ้าเคี้ยวนานสัก 30 ครั้งอาหารจะเละและมีรสชาติแย่ ดังนั้นการเลือกกินอาหารไม่ปรุงแต่งจึงดีกว่า

หากกลับมาเคี้ยวอาหารให้ละเอียด ทำให้เกิดแรงกระตุ้นจากปากและขากรรไกรส่งสัญญาณไปที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัสซึ่งควบคุมความจำและความคิด ทุกครั้งที่เคี้ยวอาหารจะช่วย กระตุ้นความจำและป้องกันโรคสมองเสื่อมได้Advertisement

เคี้ยวกี่ครั้ง แล้วต้องนานแค่ไหนถึงจะมีสุขภาพที่ดี

และอย่างที่ทราบกันดีว่าเมื่อเรารับประทานอาหาร ร่างกายจะหลั่งน้ำลายออกมา ซึ่งหากยิ่งเคี้ยวอาหารให้มากขึ้นเท่าไหร่ น้ำลายก็จะออกมามากด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของน้ำลายคือเป็นเอนไซน์ชั้นยอดและเป็นสารภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งที่สุด น้ำลายช่วยกำจัดพิษและกำจัดอนุมูลอิสระได้ดี การกำจัดอนุมูลอิสระจะช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ คงความอ่อนเยาว์ และมีอายุที่ยืนยาวขึ้น

      หากคุณผู้อ่านท่านใด มีพฤติกรรมการทานอาหารที่เร่งรีบ ก็อย่าลืมปรับการเร่งรีบของคุณให้มีจังหวะในการเคี้ยว เพราะอย่างน้อยคุณไม่ได้แค่สุขภาพของระบบย่อยอาหาร แต่คุณยังได้ผิวพรรณที่อ่อนลงของการทำงานของเอมไซม์ที่เกิดจากน้ำลายในเวลาเคี้ยวอีกด้วย ลองปรับกันดู

ที่มา : PG SLOT

ประโยชน์การเคี้ยวช้า

1) ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดี

การเคี้ยวช่วยบดอาหารชิ้นใหญ่ๆให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้ย่อยง่ายขึ้น และลำไส้จะดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่ผ่านเข้ามาได้ง่ายขึ้น ซึ่งการเดินทางของอาหารในลำไส้นั้นใช้เวลาพอๆ กันไม่ว่าจะเป็นอาหารละเอียดหรือไม่ละเอียด แต่เมื่ออาหารละเอียดแล้วร่างกายจะสามารถดูดซึมสารอาหารได้เร็วขึ้น เนื่องจากเวลาการย่อยอาหารนั้นน้อยลง เพราะการเคี้ยวที่ละเอียดช่วยย่อยอาหารไประดับหนึ่งแล้ว ซึ่งอาหารที่ละเอียดกว่าจะถูกดูดซึมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าอาหารที่ไม่ละเอียด

2) ช่วยควบคุมน้ำหนัก

การเคี้ยวข้าวแบบไม่ละเอียดมีผลทำให้เราอ้วนขึ้นได้ เพราะเมื่อเราไม่ใส่ใจที่จะเคี้ยวให้ละเอียด ก็จะทำให้เราติดนิสัยการรับประทานเร็ว จนเสี่ยงต่อการรับประทานอาหารที่มากเกินกว่าปริมาณที่ต้องการ ซึ่งปกติแล้วร่างกายเราจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ก่อนที่จะเริ่มส่งสัญญาณไปที่สมองว่าอิ่มแล้ว ดังนั้นการที่เราใช้เวลานานในการเคี้ยว จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น และส่งผลให้น้ำหนักคงที่ ไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ในที่สุด

3) ช่วยย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น

เมื่ออาหารละเอียดก็จะย่อยได้ง่าย ร่างกายก็ไม่ต้องทำงานหนักจนเกินไป เพราะหากร่างกายต้องทำงานหนักกว่าปกติแล้ว ในระยะยาวอาจทำให้ร่างการทรุดโทรมเร็วดูแก่ก่อนวัย

2) ช่วยให้ฟันแข็งแรง

การเคี้ยวมากขึ้นจะทำให้น้ำลายออกมากขึ้น และไปทำความสะอาดฟัน ลดการสะสมของคราบหินปูน ช่วยให้ฟันผุน้อยลง รวมทั้งยังเป็นการบริหารเหงือกและฟันให้แข็งแรงอีกด้วย

ขณะที่ “วัยชรา” เราสามารถปรับปรุงเมนูอาหารให้น่ารับประทาน แต่ยังคงความอ่อนนุ่มและเคี้ยวง่าย โดยอาจจะเพิ่มเติมสีสันจากผักต่างๆ ก็จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุทานอาหารได้มากขึ้น

จะเห็นได้ว่าการมีสุขภาพที่แข็งแรงไม่ใช่เรื่องยากเลย เพียงคุณเริ่มต้นใส่ใจกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการเคี้ยวให้ละเอียด เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีได้แล้ว

1.ผลกระทบต่อสมอง

การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะทำให้สมองสั่งการต่อมน้ำลาย และต่อมใต้หูหลั่งฮอร์โมนออกมา ซึ่งฮอร์โมนมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมองในความฉลาดของเรานั่นเอง

2.ผลกระทบต่อกระเพาะอาหาร

การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะทำให้กระเพาะของเรารับหน้าที่ในการย่อยอาหารไปเต็มๆ ยิ่งพวกอาหารที่ย่อยยากๆ อย่างเนื้อสัตว์ หากเราเคี้ยวไม่ละเอียด เมื่อลงไปถึงกระเพาะ กระเพาะก็จะหลั่งกรด และมีการบีบตัวที่ค่อนข้างสูงกว่าปกติ เพื่อช่วยในการย่อยของเรา และจะทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย ซึ่งถ้าเราเคี้ยวอย่างละเอียด อาหารที่ลงไปในกระเพาะก็จะมีแค่เศษเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้กรดในกระเพาะสามารถย่อยได้ง่ายขึ้น และหากเราเคี้ยวอาหารให้ละเอียดๆ จนถึงขนาดที่สามารถนับจำนวนครั้งในการเคี้ยวได้ จะส่งผลดีต่อร่างกายของเราอย่างมาก

อาการของอาหารไม่ย่อยเป็นความรู้สึกแรกหลังรับประทานอาหาร หากมีอาการเกิน 2 ชั่วโมง แสดงว่าคุณเป็นโรคอาหารไม่ย่อย อาการที่พบ ได้แก่

1. แน่นท้อง ท้องโต ไม่สบายตัว อึดอัด หรือต้องขยายเข็มขัด เพราะรู้สึกอิ่มมากเกินไป
2. ปวดท้อง จุกแน่น มวลท้อง และหายใจลำบาก
3. แสบร้อนท้อง คลื่นไส้ อาเจียน กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข
4. ท้องอืดนานหลายชั่วโมง นานกว่าจะหาย
5. มีแก๊ส แสบกลางอก แน่นหน้าอก และจุกอก

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกาย

สนับสนุนโดย : PG SLOT

เรียบเรียงโดย : Rositacorrer

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOTGAME , PGSLOT