เคล็ด(ไม่)ลับ ชะลอวัยที่คุณสามารถทำเองได้ ห่างไกลโรค

เคล็ด(ไม่)ลับ ชะลอวัยที่คุณสามารถทำเองได้ ห่างไกลโรค

เคล็ด(ไม่)ลับ ชะลอวัยที่คุณสามารถทำเองได้ ห่างไกลโรค สิ่งที่ทำให้คนเรา “แก่เร็ว”  คือความเจ็บป่วย โดยเฉพาะการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วนลงพุง ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากอนุมูลอิสระที่มากเกินไปในร่างกาย

ตามธรรมชาตินั้นร่างกายมนุษย์สร้างอนุมูลอิสระขึ้นมาเอง และมีสารต้านอนุมูลอิสระรักษาสมดุลไม่ให้มีอนุมูลอิสระส่วนเกิน หากแต่ปัจจัยภายนอกอย่างการสูบบุหรี่  การสัมผัสรังสี โลหะหนัก และมลภาวะเป็นเวลานานๆ รวมถึงความเครียด และการรับประทานอาหารผิดๆ เป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสร้างอนุมูลอิสระมากผิดปกติ  เกิดเป็นความไม่สมดุลที่เรียกว่า oxidative stress ซึ่งเป็นตัวทำลายเซลล์ดีๆ ของร่างกาย และเป็นต้นเหตุของโรคต่างๆ มากมาย ทั้งความแก่ โรคข้อต่างๆ ต้อกระจก หลอดเลือดแข็ง ภาวะอักเสบต่างๆ รวมถึงมะเร็ง 

เมื่อร่างกายคนเราไม่สามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระมาให้เพียงพออีกต่อไป จึงจำเป็นที่คนเราจะต้องปรับการใช้ชีวิตเพื่อช่วยร่างกายต่อสู้อนุมูลอิสระ โดยเฉพาะการรับประทานอาหารที่มีสารหรือสารอาหารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สารอาหารที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้แก่ร่างกาย และหารับประทานง่ายมากสำหรับคนไทย ได้แก่

วิตามิน อี มีคุณสมบัติช่วยชะลอปฏิกิริยาลูกโซ่ของอนุมูลอิสระ พบมากที่สุดในน้ำมันพืช (ที่ไม่โดนความร้อน เช่น น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันเมล็ดคำฝอย) ปริมาณที่แนะนำต่อวันในหญิงและชาย คือ 15 มิลลิกรัม และควรรับประทานหลังอาหารจึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด

วิตามิน ซี มีส่วนช่วยให้ป้องกันหรือช่วยชะลอการเกิด “ออกซิเดชัน” ซึ่งเป็นตัวทำให้เซลล์แก่เร็ว ป่วยง่าย พบได้จาก ฝรั่ง มะละกอดิบ (เมนูส้มตำ) โดยปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ (ชาย) 90  และ (หญิง) 75 มิลลิกรัม  ควรรับประทานจากอาหารสด เพราะวิตามิน ซี สลายตัวเร็ว

สังกะสี (Zinc) ช่วยกระตุ้นและควบคุมการทำงานของเอนไซม์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่พบมากที่สุดในหอยนางรม และเนื้อสัตว์ โดยภาวะที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสังกะสีได้มากที่สุด คือ การรับประทานร่วมกับอาหารประเภทโปรตีน และไม่ควรรับประทานร่วมกับชาและกาแฟ ดังนั้นผู้ที่รับประทานมังสวิรัติจึงมีโอกาสขาดแร่ธาตุนี้มากกว่าคนอื่น ปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ (ชาย) 13 และ (หญิง) 7 มิลลิกรัม

healthy-food

เคล็ดลับ “โกงความแก่” 

1) การจินตนาการเชิงลบ

ปัจจุบัน คนเมืองและคนวัยทำงานต้องเผชิญกับความเครียดสะสมอย่างมากทั้งจากงานและชีวิตประจำวันจนทำให้เกิดจินตนาการเชิงลบ ซึ่งความคิดเหล่านี้เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ เพราะว่าจิตใจของคนเราเชื่อมโยงกับร่างกายโดยตรง ดังนั้น ความคิดหรือจินตนาการเชิงลบจะทำให้เราไม่เป็นสุข เกิดความเครียดทางอารมณ์ สะสมลงสู่จิตใต้สำนึกโดยไม่รู้ตัว ทำให้ร่างกายเกิดเจ็บป่วยตามความคิดไปด้วย

2) ความอ้วน

วิถีดำรงชีวิตและอาหารการกินของคนสมัยใหม่เอื้อให้เป็นโรคอ้วนง่ายขึ้น การเข้าสังคม การหาร้านอาหารใหม่ๆ เพื่อลงสื่อสังคมออนไลน์ หรือแม้แต่การนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวันโดยไม่ได้ขยับร่างกาย ล้วนเป็นสาเหตุให้เกิดโรคอ้วนได้ทั้งสิ้น

หลายคนอาจคิดว่าตนเองไม่ได้อ้วนแต่แค่มีพุงนิดหน่อย แต่อันที่จริงแล้วการอ้วนลงพุงนั้นอันตรายมาก โดยตามเกณฑ์แล้วหากวัดจากรอบเอวผู้ชายไม่ควรเกิน 36 นิ้วหรือประมาณ 90 ซม. สำหรับเอวผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้วหรือ 80 ซม. ซึ่งความอ้วนและอ้วนลงพุงนี้เป็นสาเหตุของโรคมากมาย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์-อัมพาต โรคตับอักเสบ-ตับแข็ง โรคข้อและกระดูก และแม้กระทั่งมะเร็ง

3) ลดการบริโภคน้ำตาล

งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าคนไทยส่วนใหญ่ติดรสหวานโดยไม่รู้ตัว เพราะน้ำตาลเปรียบเหมือนสารเสพติดชนิดหนึ่งที่ยิ่งรับประทานยิ่งอร่อย น้ำตาลจึงกลายเป็นส่วนผสมที่มีอยู่ในอาหารคาวและหวานแทบทุกเมนู ทั้งที่ในความเป็นจริงร่างกายคนเราต้องการน้ำตาลเพียงครึ่งช้อนชาต่อวัน

ดังนั้นการที่เราบริโภคน้ำตาลมากเกินความต้องการจากการรับประทานอาหารบางประเภทมากเกินไป เช่น ขนมหวาน น้ำหวานหรือน้ำอัดลม หรือแม้กระทั่งข้าวขาว และผลไม้ที่มีรสหวาน เช่น มะม่วงสุก ทำให้เราเข้าสู่พฤติกรรม “แช่อิ่ม” เพราะทำให้เกิดการสะสมของน้ำตาลในร่างกายมากเกินความจำเป็นและนำมาสู่โรคภัยต่างๆ

4) งดบริโภคไขมันทรานส์

เพราะไขมันทรานส์เกิดจากการแปรรูปจึงย่อยสลายได้ยากกว่าไขมันชนิดอื่น เช่น ครีมเทียมในกาแฟพร้อมเสิร์ฟ ขนมเค้กหรือเบเกอรี่ ฯลฯ นอกจากนี้คนจำนวนมากยังมีความเชื่อผิดๆ ว่าการใช้น้ำมันไม่อิ่มตัวอย่างน้ำมันพืช น้ำมันถั่วเหลือง มาปรุงอาหารประเภททอดแล้วดีกว่าการใช้น้ำมันอิ่มตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำมันประเภทไขมันไม่อิ่มตัวนั้นสามารถจับกับไฮโดรเจนกลายเป็นไขมันทรานส์และก่อให้เกิดสารพิษตกค้างและกระตุ้นอนุมูลอิสระในร่างกายได้

อย่างไรก็ตาม การเลือกรับประทานอาหารที่ปรุงแบบนึ่ง ต้ม หรือย่างโดยมีสิ่งห่อหุ้มระหว่างอาหารกับที่ย่าง เช่น ใบตอง จึงปลอดภัยต่อร่างกายมากกว่าการรับประทานอาหารแบบทอด 

5) หลีกเลี่ยงการรับประทานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมถือเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์ ดังนั้น การรับประทานสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว จึงให้โทษต่อร่างกายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสะสมพิษชนิดเดียวกัน และยังมีไขมันและกล้ามเนื้อที่เป็นโทษและย่อยยากด้วย เราจึงควรหาแหล่งโปรตีนอื่นที่มีคุณภาพรับประทานแทน เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ธัญพืชต่างๆ เห็ดชนิดต่างๆ โดยเฉพาะหากใครที่ต้องการลดน้ำหนัก เมนูเห็ดเป็นเมนูที่ดีที่สุดเพราะไม่มีน้ำตาล ไม่มีไขมัน อุดมด้วยโปรตีนและใยอาหาร”

นอกจากการหลีกเลี่ยงพฤติกรรม 5 สิ่งต้องห้ามแล้ว เรายังควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ คือ

6) เลือกรับประทานผัก-ผลไม้สดที่ไม่หวาน

เพราะผักและผลไม้สดให้คุณค่าของวิตามินอย่างแท้จริง และวิตามินในผักผลไม้ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้าน ที่สำคัญเราต้องเลือกรับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิดเพื่อให้ได้รับวิตามินครบถ้วน คนไทยไม่มีปัญหาเพราะมีผักสมุนไพรอร่อยๆ หลากหลายชนิดให้เลือกบริโภค โดยแนะนำให้รับประทานผักและผลไม้เป็นสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งของอาหารในแต่ละมื้อ

7) เลือกทานแป้งไม่ขัดสี

เพราะแป้งไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือขนมปังโฮลวีต เป็นแป้งที่มีโครงสร้างซับซ้อนทำให้ชะลอการดูดซึมน้ำตาล และที่สำคัญยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งควรรับประทานข้าวในปริมาณที่น้อยลงในแต่ละมื้อ

8) ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

แนะนำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที

9) พักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างมีคุณภาพช่วยให้ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติ แนะนำให้นอนหลับสนิทอย่างน้อยวันละ 4 ชม.

10) คิดบวกการคิดบวกและมีทัศนคติที่ดี

การคิดบวกช่วยให้เรามีความสุข ร่างกายเราก็จะสุขไปด้วย เชื่อว่าหากทุกคนสามารถปฏิบัติได้ตามคำแนะนำข้างต้น สุขภาพทุกคนในครอบครัวก็จะดีและไร้โรคภัยไข้เจ็บด้วย

ผลไม้ช่วยชะลอความแก่

เมื่อนาฬิกาชีวิตเดินมาจนขึ้นเลขสาม อะไร ๆ ที่เคยสดใสเปล่งปลั่ง ก็เริ่มส่งสัญญาณแห่งวัยออกมา วันนี้เรามีสุดยอดผักผลไม้ที่สาว ๆ 30+ ควรติดบ้านเอาไว้เสมอมาแนะนำ เพื่อให้คุณเป็นสาวสามสิบยังแจ๋ว

เชอร์รี่

ผลสีแดง ๆ รสเปรี้ยวอมหวานชนิดนี้ อุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 30-80 เท่า นอกจากจะช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส ชะลอความแก่ และช่วยต้านอนุมูลอิสระแล้ว เชอร์รี่ยังช่วยให้สาว ๆ อารมณ์ดีขึ้นอีกด้วย เนื่องจากเชอร์รี่มีสารที่ชื่อว่า แอนโธไซยานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ทำให้ผลไม้ชนิดนี้มีสีสันสดใส และมีสรรพคุณที่สำคัญคือทำให้คนกินมีความสุข ในทางการแพทย์เชอร์รี่จัดได้ว่าเป็น “แอสไพรินธรรมชาติ” เลยทีเดียว

กล้วย

กล้วยทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม หรือกล้วยอื่น ๆ นอกจากจะหากินง่ายและมีราคาถูกแล้ว ยังเต็มไปด้วยคุณประโยชน์มากมาย ด้วยธาตุโพแทสเซียมที่สูง แต่โซเดียมต่ำ กล้วยจึงช่วยในการลดความดันโลหิต มีธาตุเหล็กสูงที่ช่วยกระตุ้นการผลิตฮีโมโกลบินในเลือด ทำให้ผิวพรรณของคุณดูเปล่งปลั่งมีเลือดฝาด และปริมาณเส้นใยอาหารที่มีอยู่มากยังช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติด้วย

กล้วยยังมีส่วนประกอบของวิตามินบี 6 ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ซึ่งมีผลไปถึงอารมณ์ สำหรับสาว ๆ ที่มีอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS-Premenstrual Syndrome) การกินกล้วยจะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น อ่านต่อคุณค่าทางอาหารของกล้วยแต่ละชนิด และ รู้หรือไม่ว่ากล้วยช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นอย่างไร หาคำตอบได้

สตรอว์เบอร์รี

อุดมด้วยวิตามินซีและไฟติวเรียนต์ที่จะทำให้อนุมูลอิสระหมดฤทธิ์ ช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้ระบบประสาท ผ่อนคลายความอ่อนล้าของสมอง และทำให้สมองของคุณกระฉับกระเฉง สามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ

ผักใบเขียวต่าง ๆ

อายุมากขึ้น ความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคหัวใจก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย การกินผักใบเขียวทุกวันจะช่วยลดความเสี่ยงโรคนี้ได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์ ทั้งยังช่วยในเรื่องการมองเห็น เนื่องจากมีแคโรทีนอยด์ถึงสองชนิดคือ ลูทีน และซีแซนทิน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมอันเนื่องมาจากวัย และยังอุดมไปด้วยกรดโฟลิกที่จะช่วยให้ร่างกายผลิตเซลล์ใหม่ ๆ ทั้งเป็นแหล่งวิตามินอีและโฟเลตที่ช่วยชะลอปัญหาความจำเสื่อม

แอปเปิ้ล

เป็นที่รู้กันมานานแล้วว่าแอปเปิลอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนต์ที่ช่วยขจัดตัวการที่ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพ สำหรับสาว ๆ ที่ต้องการสวยสดใส ขอแนะนำให้เลือกกิน “แอปเปิลสีชมพู” ที่มีสารฟิโนลิก ซึ่งจะช่วยยับยั้งการเกิดฝ้า และชะลอความแก่ให้ผิวหนัง และมีสารฟลาโวนอยด์ที่เพิ่มการดูดซึมวิตามินซี และทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรงด้วย ดูคุณค่าทางอาหารในแอ๊ปเปิ้ลและประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ล

อาหารที่ช่วยชะลอความแก่

อาหาร นับเป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้ปัจจัยด้านอื่นๆ ขั้นพื้นที่ที่ช่วยให้มนุษย์สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้ แต่บรรดาอาหารก็มีเยอะแยะมากมาย ที่ให้ทั้งคุณและโทษ จะดีกว่าไหม หากเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

1.น้ำ ไม่ต้องแปลกใจ น้ำเป็นสรรอาหารที่สำคัญที่สุด ร่างกายต้องใช้น้ำในการย่อยและดูดซึมอาหาร  เผาผลาญพลังงาน ขจัดของเสีย ตลอดจนรักษาสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย เราควรดื่มน้ำสะอาด วันละ 8 แก้ว ขึ้นไป

2.ผัก การกินผักควรกินให้หลากหลายชนิด หลายสี วันละ 5-6 อุ้งมือ ขึ้นไป ผักนั้นอุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ มีกากใยอาหาร สาร Antioxidant หรือที่เรียกว่า สารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านแก่

3.ผลไม้ แนะนำให้กินผลไม้สดหลากหลายชนิด หลากหลายสี วันละ 4-6 อุ้งมือ ผลไม้อุดมด้วยวิตามิน วิตามิน แร่ธาตุ มีกากใยอาหาร สาร Antioxidant หรือที่เรียกว่า สารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านแก่

4.หอมและกระเทียม เป็นสมุนไพรธรรมชาติ ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย  ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดเลว เพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี

5.ธัญพืชชนิดไม่ขัดสี มีทั้งโปรตีน วิตามินบีและอี แร่ธาตุ ใยอาหาร และมีสารต้านมะเร็ง แนะนำให้รับประทานครั้งละ 1.5 ถ้วยตวง อาหารประเภทข้าวซ้อมมือ  ข้าวโพด ลูกเดือย ขนมปังโฮลวีท

6.ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ได้แก่ ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลันเตา ถั่วเหลือง  เป็นแหล่งอาหารที่ดีขอโปรตีน  กากใยอาหาร วิตามินบีสูง ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง และโปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยลดคอเลสเตอรอล

7.ถั่วเปลือกแข็ง เช่น ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ อัลมอนด์ มีโปรตีนและวิตามินบีและอี ใยอาหารและไขมันชนิดดี ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ

8.โอเมกา 3 พบในปลาทะเล  ปลาซาร์ดีน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาทู หรือน้ำมันปลา ช่วยชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง ลดการอักเสบ ป้องกันความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ และสมองเสื่อม

9.โยเกิร์ต มีแคลเซียม และจุลินทรีย์ช่วยการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *