http://women.trueid.net

อาหารคลีน อร่อยดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อาหารคลีน อร่อยดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อาหารคลีน (Clean Food) คือ อาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง อาหารเหล่านี้จะเป็นอาหารที่สดสะอาดไม่ผ่านกระบวนการหมักดองหรือปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป เช่น เค็มจัดหรือหวานจัด เป็นต้น 

          อย่างอาหารประเภทอาหารสำเร็จรูปที่แช่ตู้เย็นนั่นคือตรงข้ามเลย เพราะอาหารเหล่านี้มักใส่สารกันเสียเข้าไปด้วยเพื่อให้สามารถเก็บได้นานขึ้น หรือขนมขบเคี้ยวที่ก็จะมีแต่แป้งและผงชูรส และยังเต็มไปด้วยโซเดียมกับน้ำมัน น้ำอัดลมหลากสีหลากกลิ่นทั้งหลาย รวมทั้งอาหารขยะอย่างเบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟราย ไก่ชุบแป้งทอดก็ด้วย

          การปรุงอาหารแบบคลีนไม่ใช่การเน้นทานผักเยอะ ๆ แต่เป็นการทานอาหารทุกหมู่อย่างในสัดส่วนที่เหมาะสม คือต้องมีทั้งคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เนื้อสัตว์ที่ใช้ควรเลือกแบบที่ไม่ใช่สำเร็จรูปหรือผ่านการปรุงรสมาแล้ว

          จะเห็นได้ว่า อาหารคลีนเป็นอาหารที่ผ่านขั้นตอนการปรุงแต่งมาน้อย หรือไม่ผ่านการปรุงแต่งเลย เน้นธรรมชาติของอาหารนั้นเป็นหลัก และอาหารคลีนยังมีสรรพคุณที่ดีสำหรับคนที่อ้วน คนที่มีน้ำหนักและไขมันมาก เพราะอาหารคลีนส่วนใหญ่จะผลิตมาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งสังเคราะห์ หรือหากจะมีการปรุงแต่งก็มีการปรุงแต่งที่น้อยถึงน้อยที่สุด ซึ่งจะมีผลดีต่อคนที่ต้องการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ลดไขมัน และคนที่ใส่ใจกับสุขภาพของตนเอง

          สำหรับท่านที่เริ่มต้นการกินอาหารคลีน ต้องเริ่มต้นด้วยการไม่ยึดติดในรสชาติของอาหารแบบเดิม ๆ ที่เราเคยรับประทาน เพราะการกินคลีน หรือกินอาหารคลีนนั้นรสชาติจะเป็นรอง แต่จะให้ความสำคัญกับตัวอาหารที่ไม่เน้นการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เพื่อให้การกินอาหารคลีนได้รับประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย และผลพลอยได้ทำให้สุขภาพดีในระยะยาว ไม่เจ็บป่วยง่าย

          ดังนั้น จึงจะเห็นได้ว่าอาหารคลีนนั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ของคนรักสุขภาพ ที่ต้องการสรรหาแต่สิ่งดี ๆ ให้กับตนเอง เพราะอาหารคลีนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของเรานั่นเอง
ปรับตัวให้เข้ากับการทานอาหาร

          การที่เราจะเริ่มเข้าสู้การรับประทานอาหารแบบคลีนนั้น อย่างแรกเราต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าถึงกับตัดขาดอาหารบางประเภทที่คุณโปรดปราน เพียงแค่ลดปริมาณให้น้อยลงไปเรื่อย ๆ จนคุณเริ่มคุ้นชินกับอาหารประเภทคลีน เพราะการลดอาหารปกติอย่างฉับพลันเพื่อจะเปลี่ยนไปทานอาหารเพื่อสุขภาพแบบทันที มันอาจจะมีผลเสียย้อนกลับมาอย่างเช่น รู้สึกไม่มีแรง หิวง่าย และมีอาการหงุดหงิดตลอดเวลา นั้นทำให้การใช้ชีวิตคุณแย่ลง ซึ่งไม่ใช่การทานเพื่อสุขภาพแน่นอน

เลือกอาหารที่สดใหม่อยู่เสมอ

          การทานอาหารเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าคุณจะกินอะไรแต่สิ่งที่คุณขาดไม่ได้คือการเลือกทานอาหารสดใหม่ ในมื้ออาหารประจำวันของคุณให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ หรือผัก ผลไม้ เพราะจะทำให้คุณค่าทางสารอาหารเหล่านั้นอยู่ครบถ้วน รวมไปถึงผลไม้ตามฤดูกาลก็เป็นอาหารที่ให้คุณค่าและดีต่อสุขภาพ อีกทั้งยังสดใหม่เช่นกัน
เวลาเลือกซื้อสินค้าเดินให้ทั่ว

          ร้านค้าอย่างซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ มีความแตกต่างกัน แต่มีอย่างหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ การจัดโซนให้รอบ ๆ เป็นส่วนของสด เช่น ผักสด เนื้อสด ผลไม้ต่าง ๆ เพราะฉะนั้นโซนรอบนอกของซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ จึงเป็นดินแดนของคนรักสุขภาพ เพราะฉะนั้นในระหว่างการเดินเลือกซื้ออาหารเข้าบ้าน ควรหักห้ามใจเมื่อได้เดินผ่านอาหารที่มีบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามหรือจะเป็นตู้แช่อาหารสำเร็จรูป ให้หลีกเลี่ยงซะ

ลดปริมาณน้ำตาลลง


          โดยพยายามลดและหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการเติมแต่งน้ำตาลลงไป อาหารต่าง ๆ โดยธรรมชาติแล้วส่วนใหญ่จะไม่มีส่วนของน้ำตาลผสมอยู่ ถ้าหากคุณต้องการทานอาหารรสหวานแนะนำให้คุณเลือกทานผลไม้ต่าง ๆ ที่มีรสหวาน ดีกว่าการทานอาหารที่มีส่วนผสมของสารที่ให้รสหวานผสมอยู่ แต่ถึงจะเป็นผลไม้ ก็ยังต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ

เน้นการดื่มน้ำเปล่าให้มาก

          ดื่มน้ำสะอาดให้แต่ละวันให้เพียงพอ สังเกตสีของปัสสาวะให้ใกล้เคียงใสมากที่สุด แต่ก็ใช่ว่าจะกินได้แต่น้ำเปล่าอย่างเดียว คุณก็ยังสามารถกินน้ำชาสมุนไพรหรือชาเขียวแทนน้ำได้และน้ำชาพวกนี้ยังช่วยชำระล้างร่างกายแบบธรรมชาติได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถปรุงรสชาติด้วยมะนาวหรือรสชาติอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ น้ำตาล ก็ยังสามารถทำได้เช่นกัน

การนั่งทานอาหาร

          หากคุณเริ่มที่จะปรุงอาหารเอง พยายามชวนเพื่อน ๆ มานั่งทานอาหารด้วยกัน แลกเปลี่ยนความคิด พูดคุยกัน และเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับมื้ออาหาร ประโยชน์ของมัน และการนั่งรับประทานอาหารอย่างเป็นเรื่องเป็นราวโดยส่วนมากแล้วจะได้รับสารอาหารที่ดี และเหมาะสมกว่าอาหารที่คุณเดินถือไปรับประทานได้แน่นอน
จัดให้อาหารที่ทานมีความสมดุล

          อย่าตัดคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน แต่พยายามปรับให้เหมาะสม ช่วยสร้างรสชาติอาหาร และเป็นพลังงานชั้นดีต่อร่างกาย อีกอย่างไขมันแหล่งดี ๆ มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นไขมันจากปลา หรือถั่วต่าง ๆ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งทานอาหารที่มีประโยชน์เต็มไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรตส่วนหนึ่ง ไขมันเล็กน้อยและผัก

เลือกทานแป้งได้ตามเหมาะสม

          คุณสามารถทานขนมปังอบในช่วงการทานเพื่อสุขภาพได้ เพียงแค่คุณลองเปลี่ยนแป้งปกติที่ใช้ในสูตรการทำเล็กน้อย โดยหันมาใช้ แป้งอัลมอนด์ แป้งมะพร้าว แป้งข้าวกล้องและแป้งข้าวโอ๊ตเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตในขนมปังอบและยังคงความอร่อยเหมือนเดิม โดยอาจจะอบให้มีรสชาติฟักทอง ผลไม้ตากแห้ง แป้งมีหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกเพื่อนำมาใช้ทำอาหารซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณค่าทางโภชนาการที่ต่างกันออกไป

รู้จักสังเกตส่วนผสมให้มากขึ้น

          อาหารส่วนใหญ่ในปัจจุบันผลิตในกระบวนการอุตสาหกรรมและบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ซึ่งเราไม่สามารถมองเห็นกระบวนการผลิตและอาหารได้แต่ก่อนที่คุณจะควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อซื้ออาหารพวกนั้น คุณควรจะอ่านดูฉลากที่บรรจุภัณฑ์ก่อนว่ามีส่วนผสมอะไรบ้างในนั้น หลักการง่าย ๆ ที่ดีคือ ถ้าคุณไม่รู้จักส่วนผสมที่ผสมอยู่ในอาหารที่คุณกำลังจะซื้อไปรับประทานนั้นให้คุณหลีกเลี่ยงการทานจะดีกว่า

อย่าเน้นไปที่การคำนวณแคลอรี่

          ในช่วงที่คุณเน้นการทานเพื่อสุขภาพ อย่าไปยึดติดกับตัวเลขมากนัก จริงอยู่ที่ตัวเลขแคลอรี่ต่าง ๆ นั้นมีผลต่อการเพิ่มและลดของน้ำหนักตัว ตัวเลขนั้นอาจจะทำให้คุณผอม แต่นั้นไมได้ถึงสุขภาพคุณจะดี ทุกวันนี้การได้รับสารอาหารที่เหมาะสมครบตามที่ร่างกายต้องการ ที่ดีต่อสุขภาพจึงมีความสำคัญมากกว่าการรักษาสมดุลของแคลอรี่เพียงอย่างเดียว คุณก็ควรเลือกทานอาหารให้ครบตามที่ร่างกายต้องการอย่าไปใส่ใจตัวเลข แคลอรี่มากเกินไปจนขาดสารอาหารเลย

อาหารคลีน อาหารของคนรักสุขภาพที่มีหลักพื้นฐานง่าย ๆ คืออาหารที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุด ผ่านการแปรรูปและการขัดสีน้อยที่สุด และเป็นอาหารที่มากด้วยคุณค่าทางสารอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ธัญพืชไม่ขัดสี รวมถึงไขมันชนิดดีที่ไม่อิ่มตัว โดยการได้รับอาหารเหล่านี้แทนอาหารแปรรูปขั้นสูงอย่างขนมขบเคี้ยว ของหวาน และอาหารพร้อมเสิร์ฟ จะช่วยลดปริมาณแคลอรี่ น้ำตาล เกลือ และไขมันอิ่มตัวในร่างกายลงได้

อาหารคลีน
https://rositacorrer.com

อาหารคลีนอาจเหมาะสำหรับคนที่ชอบทำอาหารรับประทานเอง ในกรณีที่อยากมั่นใจว่าเป็นอาหารคลีนจริง ๆ หรือกำลังต้องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้มีสุขภาพดีกว่าเดิม ตลอดจนผู้ที่อยากเพิ่มความแข็งแรงของร่างกาย ส่วนผู้ที่เป็นมังสวิรัติหรือไม่รับประทานอาหารที่มาจากสัตว์นั้นก็เลือกรับประทานอาหารคลีนได้เช่นกัน เพราะไม่จำเป็นต้องรับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ก็ได้ แต่เลือกอาหารประเภทโปรตีนจากถั่วเหลือง ธัญพืช ผักผลไม้ และพืชตระกูลถั่วทั้งหลายแทน 

การรับประทานอาหารคลีนมีพื้นฐานหลัก ๆ เพียงไม่กี่ข้อ ดังนี้

เลือกอาหารที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยลดอาหารแปรรูปและอาหารที่ผ่านการขัดสีทั้งหลายซึ่งจะเสียคุณค่าทางโภชนาการไประหว่างกระบวนการดังกล่าว รวมถึงอาหารที่มีการปรุงแต่งด้วยกลิ่นหรือสารสังเคราะห์ อาหารที่ประกอบด้วยน้ำตาล เกลือ หรือไขมันในปริมาณสูง ได้แก่ ขนมกรุบกรอบ ของหวาน อาหารจานด่วน และอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารคลีนนั้นไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ผ่านการแปรรูปหรืออาหารแช่แข็งทุกชนิด เพราะบางอย่างก็มีประโยชน์ เช่น ไข่หรือผลิตภัณฑ์จากนมที่ผ่านการพาสเจอร์ไรซ์ และผักหรือผลไม้แช่แข็งที่มีกระบวนการแปรรูปเพียงเล็กน้อย ซึ่งบางครั้งอาจประกอบด้วยสารอาหารเทียบเท่ากับผักผลไม้สด เนื่องจากถูกรักษาด้วยการแช่แข็งขณะที่ยังมีสภาพสดใหม่สูงสุด

เน้นคุณค่าทางสารอาหาร เมื่อลดอาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ลงแล้ว ต่อไปก็คือการหันมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนในสัดส่วนเหมาะสม ได้แก่ อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือแปรรูป เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไร้ไขมัน และธัญพืชที่ผ่านการขัดสีน้อย เป็นต้น

นอกจากนี้ หากมีเวลาอาจทำอาหารรับประทานเองที่บ้านบ่อยขึ้น หรือเตรียมอาหารเองจากบ้านแทนการเลือกรับประทานตามร้านข้างนอก เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารนั้นปรุงขึ้นอย่างเป็นมิตรต่อสุขภาพที่สุด ซึ่งการเตรียมอาหารคลีนด้วยตนเองนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด อาจเริ่มจากอาหารชนิดง่าย ๆ เช่น โยเกิร์ตธรรมชาติไขมันต่ำกับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ในมื้อเช้า ขนมปังโฮลวีท อกไก่ และผักผลไม้สำหรับมื้อกลางวัน เป็นต้น

ให้ความสำคัญเรื่องความสะอาดและความปลอดภัยอีกหนึ่งข้อที่ผู้รับประทานอาหารคลีนหลายคนใส่ใจก็คือความสะอาด ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบไปจนถึงการเก็บรักษาและทำอาหาร เช่น การล้างผักผลไม้หรือวัตถุดิบต่าง ๆ ด้วยน้ำสะอาดก่อนทุกครั้ง หรือจะเลือกอาหารออร์แกนิค (Organic Food) เพื่อมั่นใจได้ว่าปลอดจากการใช้สารเคมีในกระบวนการปลูก เก็บแยกเนื้อดิบจากอาหารชนิดอื่น ๆ โดยเก็บเข้าตู้เย็นทันทีหลังจากซื้อมา รวมทั้งปรุงอาหารด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคต่าง ๆ ที่อาจปนเปื้อนมาในอาหาร

หลังจากปฏิบัติตามพื้นฐานข้างต้นได้แล้ว เพื่อสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น บางคนอาจเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงการใช้ชีวิตประจำวันบางประการ

  • รับประทานอาหารปลูกเอง เนื่องจากการซื้อวัตถุดิบหรืออาหารจากนอกบ้านในปัจจุบันนั้นไม่อาจแน่ใจได้ว่าจะสะอาดและปลอดสารเคมีเต็มร้อย และบางครั้งมีราคาแพงว่าผักผลไม้ทั่วไป ผู้ที่มีบ้านพักอาศัยของตนเองอาจจัดสรรพื้นที่เสำหรับปลูกพืชผักไว้รับประทานเอง
  • รับประทานอาหารที่ทำจากพืชให้มากยิ่งขึ้น โดยเพิ่มโปรตีนทางเลือกที่ได้จากพืชแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ เช่น ถั่วชนิดต่าง ๆ และธัญพืชขัดสีน้อยที่อุดมด้วยโปรตีน เช่น ควินัว ข้าวบาร์เลย์ เป็นต้น
  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตควบคู่ไปด้วย การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งของการมีสุขภาพดี ทว่าการออกกำลังกายระหว่างวัน หมั่นผ่อนคลายจากความเครียด และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอก็นับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญและไม่ควรละเลยเช่นกัน
  • สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักบางคนอาจเลือกรับประทานโดยแบ่งเป็นมื้ออาหารเป็น 5-6 มื้อเล็ก ๆ ในทุก 2-3 ชั่วโมงด้วย ไม่ข้ามการรับประทานมื้อใดมื้อหนึ่ง โดยเฉพาะมื้อเช้าซึ่งเป็นมื้อสำคัญ เพื่อให้รู้สึกอิ่มและปรับระบบการเผาผลาญให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ในแต่ละมื้อควรประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตชนิดดีอย่างธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีและเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารคลีนนั้นไม่ได้มีนิยามหรือกฎที่ตายตัว แต่ยืดหยุ่นได้เพื่อให้เหมาะสมและสะดวกต่อตนเองมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง เพียงจำกัดปริมาณการรับประทานอย่างเหมาะสม ยกเว้นในกรณีที่มีความจำเป็นจากโรคบางชนิด 

แนวทางการรับประทานอาหารคลีน

  • เลือกอาหารที่ใกล้เคียงกับรูปแบบตามธรรมชาติที่สุด โดยเปรียบเทียบก่อนและหลังจากการแปรรูป ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีการแปรรูปไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น เลือกรับประทานแอปเปิลทั้งผลแทนน้ำแอปเปิล อกไก่แทนไก่ชุบแป้งทอด และผักสด ๆ แทนที่จะเป็นผักทอดกรอบ ควรเลือกอาหารที่ทำให้สุกด้วยการอบหรือย่าง ใช้น้ำมันจากไขมันชนิดดี เช่น น้ำมันมะกอก รวมทั้งใช้น้ำตาลและเกลือแต่น้อย
  • เพิ่มการรับประทานธัญพืชที่ผ่านการขัดสีน้อย ซึ่งจะยังคงคุณค่าทางสารอาหารสูง เช่น ขนมปังโฮลวีต ข้าวที่ผ่านการขัดสีน้อย ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ และเลี่ยงขนมปังขาวหรือข้าวขาวที่มีคุณค่าโภชนาการน้อยลงหลังจากผ่านกระบวนการผลิต นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าการรับประทานธัญพืชไม่ผ่านการขัดสีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็งลำไส้ได้ด้วย
  • รับประทานผักผลไม้ให้มาก ๆ  บ้างกล่าวว่าการรับประทานแบบคลีนควรเป็นผักผลไม้สด ๆ เท่านั้น แต่มีบางแนวคิดที่ว่าผักผลไม้แช่แข็งหรือบรรจุกระป๋อง (โดยไม่ผ่านการแปรรูป เช่น การดองหรือเชื่อม) ก็เป็นอีกทางเลือกที่ให้คุณค่าทางสารอาหารได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ควรอ่านฉลากโภชนาการให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีส่วนประกอบที่เป็นน้ำตาลหรือเกลือมากเกินไป เปรียบเทียบและเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมดังกล่าวน้อยที่สุด อีกทั้งควรเลือกผลไม้ทั้งผลแทนที่จะเป็นน้ำผลไม้ เพราะจะทำให้ได้รับน้ำตาลมากขึ้นและมีเส้นใยอาหารน้อยลง
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ โดยเลือกเครื่องดื่มแคลอรี่ต่ำ เช่น น้ำเปล่าหรือชาสมุนไพร วันละ 6-8 แก้ว แทนการดื่มน้ำผลไม้หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง เพราะนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังช่วยให้รู้สึกอิ่มและมีพลังยิ่งขึ้น หรือหากอยากดื่มเครื่องดื่มที่มีรสชาติบ้าง ให้ลองฝานมะนาวเป็นแผ่นบางหรือใช้ใบมินท์ช่อเล็ก ๆ ใส่ลงในน้ำก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้
  • อาจเลือกพืชผลที่มีการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์หรือออแกนิค ซึ่งเป็นการปลูกโดยใช้ยาไล่แมลงจากธรรมชาติแทนสารเคมี แต่หากหาซื้อได้ลำบากหรือไม่มั่นใจว่าผักผลไม้ที่ซื้อมาปลอดจากสารพิษ ก็มีวิธีหลีกเลี่ยงได้ด้วยการพยายามเลือกผักผลไม้ที่สามารถปอกเปลือกออกได้ เช่น อะโวคาโด หัวหอม ข้าวโพด เป็นต้น
  • ลดอาหารที่ปรุงแต่งด้วยเกลือและน้ำตาล เพราะถือเป็นส่วนประกอบที่ไม่เป็นธรรมชาติและยังส่งผลเสียต่อร่างกายหากได้รับมากเกิน โดยอาหารซึ่งผ่านกระบวนการแปรรูปทั้งหลายที่ควรหลีกเลี่ยงเช่นกันนั้นมักมีทั้ง 2 อย่างนี้เป็นส่วนประกอบในปริมาณสูง แม้แต่ผลิตภัณฑ์อาหารที่ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพอย่างโยเกิร์ตหรือซอสมะเขือเทศก็ตาม ทางที่ดีควรอ่านฉลากก่อนซื้ออาหารใด ๆ และลองใช้เครื่องเทศหรือสมุนไพรในการปรุงรสอาหารแทนซอสหรือผงชูรสทั้งหลาย
  • พยายามหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์หรืออาหารใด ๆ ที่มีการเติมแต่งกลิ่นและรสชาติอาหาร ทั้งสีผสมอาหาร สารให้ความหวาน วัตถุกันเสีย รวมถึงสารทุกชนิดที่มีการสังเคราะห์ขึ้น เพราะอาจตกค้างและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • ผู้ที่รับประทานอาหารคลีนบางคนเลือกที่จะงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีนทุกชนิด ทว่าบางคนอาจไม่เลือกทำตามข้อนี้ แต่เลือกดื่มในปริมาณที่พอดี อย่างไรก็ตาม ปริมาณคาเฟอีนที่ควรได้รับแต่ละวันไม่ควรเกินกว่า 400 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟ 250 มิลลิลิตร จำนวน 3-5 แก้ว

อาหารคลีนดีจริงหรือ 

การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างอาหารคลีน เช่น ผักผลไม้ ธัญพืชที่ผ่านการขัดสีน้อย และเนื้อสัตว์ไม่ติดมันแทนอาหารที่มีไขมันและแคลอรี่สูง มีความเป็นไปได้สูงทีเดียวว่าจะช่วยให้รู้สึกอิ่มขึ้น แต่ได้รับแคลอรี่น้อยลง นำไปสู่น้ำหนักที่ลดลงในที่สุด ทว่าหากต้องการจะให้เห็นผลชัดเจนควรออกกำลังกายควบคู่อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาทีขึ้นไป 

อาหารคลีนยังสามารถนำมาปรับใช้กับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีภาวะคอเลสเตอรอลสูงได้อีกด้วย เพราะการลดน้ำหนักและรับประทานแต่อาหารที่มีคุณค่าโภชนาการนั้นสามารถส่งผลดีต่อภาวะหรือโรคดังกล่าว ช่วยลดปริมาณยาต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยต้องรับประทานจากเดิม และยิ่งหากมีการออกกำลังกายที่ดีควบคู่ไปด้วยจะยิ่งเป็นประโยชน์และเห็นผลได้รวดเร็วมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรับประทานอาหารคลีนควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป รู้จักยืดหยุ่น อาจมีวันที่ให้รางวัลแก่ตนเองด้วยการรับประทานอาหารตามที่อยากรับประทานบ้าง เพียงแต่ระมัดระวังไม่ให้เผลอรับประทานในปริมาณมากเกินพอดี เพราะการยึดตามหลักการรับประทานอาหารคลีนอย่างเคร่งครัดอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำตามได้ในระยะยาว และบางครั้งการได้รับอาหารบางชนิดที่เชื่อว่าไม่ดีเพียงเล็กน้อยก็อาจไม่ได้ส่งผลเสีย เช่น บางงานวิจัยที่พบว่าแอลกอฮอล์ปริมาณเล็กน้อยอาจมีส่วนช่วยป้องกันโรคหัวใจ หรือที่พบว่าไขมันอิ่มตัวชนิดไม่ดีนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างเด็ดขาด และถึงอย่างนั้นการได้รับในปริมาณเพียงเล็กน้อยอาจไม่ส่งผลร้ายต่อสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังควรรับประทานอย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อพลังงานที่ร่างกายต้องการ เนื่องจากสูตรรับประทานอาหารคลีนบางสูตรนั้นอาจจะมีแคลอรีต่ำเกินไปสำหรับผู้หญิงและผู้ชายที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายบ่อยและใช้พลังงานระหว่างวันมาก รวมถึงบางแหล่งข้อมูลที่แนะนำให้รับประทานอาหารเสริมควบคู่ไปด้วย ซึ่งข้อนี้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยและไม่แนะนำให้ปฏิบัติตาม เพราะไม่อาจยืนยันได้ว่าจะปลอดภัยและได้ผลดี