สุดยอดอาหารบำรุงตับ ปกป้องตับจากสารพิษ เพื่อชีวิตยืนยาว

สุดยอดอาหารบำรุงตับ ปกป้องตับจากสารพิษ เพื่อชีวิตยืนยาว คำถามที่หลายคนสงสัย แต่ยังไม่เคยไปถึงคำตอบสักที ว่าจริง ๆ แล้วหน้าที่ของตับคืออะไร แทงบอลออนไลน์

มีบทบาทแค่ไหนในร่างกายของเรา

          ถ้าพูดถึงอวัยวะข้างในร่างกาย ตับถือว่าเป็นเครื่องในที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญมาก ทว่าหลายคนก็ยังคงมองข้ามเครื่องในอย่างตับไป และไม่เคยรู้ว่าตับสำคัญอย่างไร ตับมีหน้าที่อะไรในร่างกายเรา จนกระทั่งเมื่อมีปัญหาสุขภาพอันเกี่ยวเนื่องมาจากตับนั่นแหละถึงเริ่มใส่ใจตับกันมากขึ้น ซึ่งก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น เรามารู้หน้าที่ของตับดีกว่าว่า ตับทำหน้าที่อะไร แล้วเราควรดูแลตับยังไงให้โรคภัยไม่ถามหา

หน้าที่ของตับ

1. ตับเป็นผู้สร้าง

          การทำงานของตับค่อนข้างซับซ้อน และอย่างที่บอกว่าตับเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญมาก ตับจึงแบกภาระหน้าที่ไว้เยอะ โดยจะอธิบายหน้าที่ของตับได้ดังนี้

          อาหารทุกชนิดที่เรากินเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต (แป้ง, น้ำตาล) ไขมัน โปรตีน วิตามิน ยา หรืออาหารใด ๆ ก็ตาม ร่างกายเราไม่สามารถดูดซึมสารอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้ทันที ต้องผ่านกระบวนการย่อยโดยกระเพาะและลำไส้เล็ก และหลังจากย่อยอาหารจนอยู่ในรูปอณูที่เล็กพอให้ร่างกายดูดซึมเข้าหลอดเลือดดำได้แล้ว ตับจะทำหน้าที่จัดเก็บสารอาหารต่าง ๆ ไว้ตามสมควร แล้วนำมาสร้างสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย เช่น สร้างโปรตีนอัลบูมิน (Albumin) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยอุ้มน้ำและเกลือแร่เอาไว้ในหลอดเลือด นอกจากนี้ตับยังสร้างสารอื่น ๆ อีกมาก รวมไปถึงการสร้างโปรตีนที่ช่วยในการแข็งตัวของเลือดด้วย

ที่มา : PG SLOT

ตับทำหน้าที่อะไร

2. ตับเป็นคลังสารอาหาร

          ตับทำหน้าที่สะสมสารอาหารต่าง ๆ เอาไว้ใช้เมื่อร่างกายต้องการ เช่น เปลี่ยนน้ำตาลกลูโคสเป็นไกลโคเจน และเก็บไว้ในตับ และเมื่อร่างกายต้องการพลังงาน ตับก็จะดึงไกลโคเจนกลับมาเป็นกลูโคส จากนั้นก็ส่งต่อให้ร่างกายนำไปใช้เสริมการทำงานส่วนต่าง ๆ ต่อไป 

          นอกจากนี้ตับยังเก็บสารอาหารอย่างวิตามิน และสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายชนิดอื่น ๆ ไว้ให้ร่างกายดึงไปใช้ในยามขาดแคลน หรือใช้ในการละลายไขมัน ช่วยให้ย่อยอาหารง่ายขึ้น

3. ตับมีหน้าที่สร้างเกลือน้ำดีและน้ำดี

          เกลือน้ำดีและน้ำดีที่ถูกสร้างโดยตับจะคอยทำหน้าที่ละลายไขมัน จึงช่วยให้การย่อยอาหารสะดวกยิ่งขึ้น จากนั้นน้ำดีที่ถูกใช้ย่อยอาหารไปแล้ว จะโดนขับออกมาทางท่อน้ำดี ผ่านต่อมายังลำไส้เล็ก และถูกขับถ่ายมาพร้อมกับอุจจาระ

          ทว่าหากมีการอุดกั้นทางท่อน้ำดีเกิดขึ้นในร่างกาย สารต่าง ๆ ที่ผ่านการย่อยจะเกิดการอุดตัน และตัวน้ำดีก็จะย้อนกลับเข้าเส้นเลือด ก่อให้เกิดภาวะดีซ่านได้

4. ตับทำหน้าที่เป็นศูนย์รีไซเคิล

          นอกจากตับจะคอยเก็บสะสมสารอาหารเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานป้อนให้ร่างกายแล้ว ตับยังมีหน้าที่ดึงเอาโปรตีนเก่า ๆ มาหมุนวนกลับไปใช้ได้ใหม่อีกด้วยนะ

5. ตับมีหน้าที่ขับถ่ายของเสียและสารพิษต่าง ๆ 

          ทั้งยาหรือสมุนไพรชนิดใด ๆ ที่เรารับประทานเข้าไป ตับจะคอยกรองสารอาหารเก็บไว้ในร่างกาย ส่วนที่เป็นสารพิษต่อร่างกายตับจะพยายามขับออกไปทางปัสสาวะ หรือไม่ก็ขับถ่ายมากับน้ำดี 

          ทว่าหากรับประทานยาที่ไม่มีความจำเป็นต่อร่างกาย หรือแม้แต่อาหารเสริม และสมุนไพรบางชนิด ตับก็อาจจะไม่รู้ประโยชน์ของสมุนไพรและยาเหล่านี้ จึงมีความเสี่ยงที่ตับจะเปลี่ยนสารจากยา อาหารเสริม และสมุนไพร เป็นสารพิษที่อันตรายต่อร่างกาย ก่อให้เกิดโรคตับอักเสบในภายหลัง

6. ตับเป็นเกราะกำบังชั้นดีของร่างกาย

          ตับไม่เพียงแต่ช่วยขับสารพิษจากอาหารที่เรากินเข้าไปเท่านั้น แต่ตับยังคอยทำหน้าที่สร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันและทำลายเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในร่างกาย ถือว่าเป็นเกราะกำบังที่สำคัญของร่างกายเลยทีเดียว

          ทั้งนี้หน้าที่ของตับยังช่วยร่างกายสร้างโปรตีนวิตามิน วิตามินเอ และคอยเก็บธาตุเหล็กที่เกิดจากการที่เม็ดเลือดถูกทำลายอีกด้วย

ตับทำหน้าที่อะไร

การตรวจการทำงานของตับ

          เนื่องจากตับเป็นอวัยวะที่อยู่ภายในร่างกาย เราจึงสังเกตการทำงานของตับได้ยาก โดยเฉพาะหากเกิดความผิดปกติเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่างกายอาจไม่รู้สึกหรือไม่สามารถจับความผิดปกตินั้นได้เลย ดังนั้นการเช็กความเป็นไปของตับจึงต้องอาศัยการสืบซักประวัติ เช่น ดื่มสุราหรือเปล่า กินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ไหม หรือประวัติการกินยาเป็นอย่างไร รวมไปถึงการตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของตับร่วมด้วย 

          นอกจากนี้อาจสังเกตได้จากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่เห็นได้ชัด เช่น อ่อนเพลียง่าย เบื่ออาหาร ตาเหลือง ตัวเหลือง ตัวบวม ท้องมาน หรือภาวะเลือดออกผิดปกติ เป็นต้น หรือแพทย์อาจใช้วิธีตรวจทางรังสีวิทยา หรือตรวจจากชิ้นเนื้อเพื่อประเมินสาเหตุของโรค และระยะของโรคที่เป็นอยู่ก็เป็นไปได้ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ถ้าตับทำงานผิดปกติ จะก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง

          หากตับทำงานผิดปกติ อาจก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับตับได้ดังนี้

          – ตับแข็ง

          – โรคตับอักเสบ

          – ดีซ่าน

          – โรคมะเร็งตับ

ตับทำหน้าที่อะไร

การดูแลสุขภาพตับ

          คงพอรู้กันมาบ้างว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตับเกิดความผิดปกติ และอย่างที่บอกกันไปว่าเหล่าอาหารเสริมหรือแม้แต่สมุนไพรบางชนิดก็ไม่ได้ส่งผลดีต่อตับเท่าที่คิดด้วยเช่นกัน 

          ดังนั้นงดไปเลยกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะรับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพรใด ๆ รวมทั้งอย่าลืมดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นรับประทานอาหารที่ถูกสุขอนามัย พร้อมทั้งหมั่นออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอเสมอ หรือถ้าจะให้ดีอาจจะลองรับประทานอาหารบำรุงตับด้วยก็ได้

 คราวนี้ก็ได้รู้กันแล้วว่าตับมีหน้าที่อะไร มีความสำคัญยังไงกับร่างกายของเรา ซึ่งก็เชื่อว่าข้อมูลข้างต้นน่าจะทำให้เรารัก และดูแลตับกันมากขึ้น

อาหารบำรุงตับ สิ่งที่ควรกิน และประเภทอาหารที่ควรเลี่ยง

ตับเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ทั้งกำจัดสารพิษ ผลิตน้ำดี และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย อาหารบำรุงตับจึงมีความสำคัญ เพราะช่วยส่งเสริมสุขภาพตับให้ทำงานได้เป็นปกติ ป้องกันการเกิดโรครุมเร้าและปัญหาสุขภาพ ดังนั้น ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมและถูกหลักโภชนาการ เพื่อช่วยบำรุงตับให้แข็งแรงและส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมด้วย

บำรุงตับด้วยผักตระกูลกะหล่ำ

ผักตระกูลกะหล่ำอาจช่วยเพิ่มเอนไซม์ล้างพิษในตับ ช่วยให้ตับทำงานเป็นปกติ ขับสารพิษออกจากร่างกาย และป้องกันตับได้รับความเสียหาย โดยผักในตระกูลนี้ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ได้แก่ บร็อคโคลี่ กะหล่ำปลี หและกะหล่ำดอก เป็นต้น

โดยมีงานวิจัยหนึ่งที่ศึกษาการทำงานของตับจากผลของการรับประทานอาหารเสริมต้นอ่อนของบล็อคโคลี่ พบว่าอาสาสมัครที่มีภาวะไขมันพอกตับมีค่าเอนไซม์ตับลดลงหลังรับประทานสารสกัดดังกล่าวเป็นเวลา 2 เดือนเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน ซึ่งค่าเอนไซม์ตับที่ลดลงอาจแสดงให้เห็นว่าผักตระกูลกะหล่ำอาจช่วยส่งเสริมการทำงานของตับได้

1674 อาหารบำรุงตับ resized

นอกจากนี้ งานวิจัยเดียวกันยังได้ทดลองให้อาหารเสริมชนิดเดียวกันกับหนูทดลองที่เป็นภาวะตับวายเรื้อรัง หลังผ่านไป 4 สัปดาห์ พบว่าสารสกัดจากต้นอ่อนบร็อคโคลี่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยป้องกันการเกิดตับวายเรื้อรัง และลดการเกิดสารอนุมูลอิสระที่เป็นต้นเหตุความเสียหายของเซลล์ในร่างกายได้

บำรุงตับด้วยชาเขียว

ชาเขียวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารคาเทชิน (Catechins) ที่อาจช่วยยับยั้งการดูดซึมไขมันของร่างกาย ลดการสะสมไขมันในร่างกาย ลดการสะสมไขมันที่ตับ รวมทั้งอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิดได้ โดยมีการทดลองหนึ่งให้ผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์ดื่มชาเขียวที่มีสารคาเทชินในปริมาณต่างกันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าการดื่มชาเขียวที่มีสารคาเทชินสูงช่วยให้ระดับไขมันในร่างกายและค่าเอนไซม์ตับลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ดื่มชาเขียวหรือกลุ่มที่ดื่มชาเขียวที่มีสารคาเทชินอยู่น้อย

ขณะเดียวกัน มีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่ศึกษาเกี่ยวกับการดื่มชาเขียวและความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งตับ พบว่าคนที่ดื่มชาเขียวมีแนวโน้มเกิดโรคมะเร็งตับน้อยกว่าผู้ที่ไม่ดื่ม โดยเฉพาะการดื่มชาเขียวประมาณ 4 ถ้วยต่อวัน แต่ก็ควรระมัดระวังในการดื่มหรือรับประทานผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากชาเขียวด้วย และไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะมีรายงานเกี่ยวกับความเสียหายของตับที่เกิดจากการใช้สารสกัดจากชาเขียวในรูปแบบอาหารเสริม ซึ่งก่อนการรับประทานหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนเสมอ

บำรุงตับด้วยขมิ้น

ขมิ้นประกอบด้วยสารเคอร์คูมิน (Curcumin) ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ซึ่งอาจช่วยป้องกันตับไม่ให้ได้รับความเสียหายและลดความเสี่ยงของโรคตับ โดยมีงานวิจัยหนึ่งศึกษาเกี่ยวกับสารสกัดจากขมิ้นและสารเคอร์คูมินในหนูทดลองที่ตับได้รับสารพิษ พบว่าสารทั้ง 2 ชนิดช่วยลดค่าเอนไซม์ตับและเพิ่มระดับสารกลูทาไธโอน ซึ่งช่วยลดการอักเสบและการทำลายเซลล์ตับได้

เช่นเดียวกับการศึกษาอีกชิ้นที่แสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับชนิดที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ที่ได้รับประทานอาหารเสริมจากสารเคอร์คูมินเป็นเวลา 8 สัปดาห์มีอาการดีขึ้นจากการตรวจวัดค่าต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ปริมาณการสะสมไขมันของร่างกายลดลง ค่าเอนไซม์ตับลดลง เป็นต้น โดยค่าเหล่านี้สะท้อนถึงความเสี่ยงในการเกิดภาวะตับอักเสบน้อยลงไปด้วย

อาหารบำรุงตับ ช่วยได้จริงหรือ ?

แม้ว่าผลจากงานวิจัยข้างต้นได้ระบุถึงคุณสมบัติในการบำรุงตับของผักตระกูลกะหล่ำ ชาเขียว และขมิ้น แต่ก็ยังไม่สามารถยืนยันประสิทธิผลทางการแพทย์ของอาหารเหล่านั้นได้อย่างชัดเจน เพราะการทดลองมีกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก และบางส่วนก็ทดลองในสัตว์ จึงควรมีการศึกษาค้นคว้าในด้านต่าง ๆ เพิ่มเติมให้แน่ชัด ก่อนนำอาหารดังกล่าวมาประยุกต์ใช้เพื่อการดูแลรักษาและบำรุงตับของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม อาหารบำรุงตับข้างต้นมีคุณค่าทางโภชนาการด้านอื่น ๆ ด้วย จึงควรรับประทานอาหารดังกล่าวร่วมกับอาหารอื่น ๆ ด้วย เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนหลากหลาย แต่หากต้องการรับประทานอาหารเสริมหรือใช้ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่กล่าวอ้างสรรพคุณด้านการส่งเสริมสุขภาพตับ เพื่อความปลอดภัยควรปรึกษาแพทย์ถึงประโยชน์และความเสี่ยงก่อนรับประทานหรือนำไปใช้เสมอ

อาหารแบบไหนไม่ดีต่อตับ ?

อาหารบางประเภทส่งผลเสียต่อการทำงานของตับ การเลี่ยงหรือการจำกัดปริมาณให้รับประทานอาหารในกลุ่มต่อไปนี้แต่น้อย อาจส่งผลดีต่อสุขภาพตับและร่างกายโดยรวมได้

  • ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat) ซึ่งพบได้มากในของทอด เนื้อสัตว์ติดมัน เนย ครีมเปรี้ยว หรือผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันสูง  
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • อาหารหรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลอยู่มาก เช่น น้ำอัดลม คุกกี้ น้ำหวาน เบเกอรี่ ลูกอม น้ำผลไม้ เป็นต้น
  • อาหารโซเดียมสูง อย่างอาหารที่มีเกลือมาก หรืออาหารแปรรูป เช่น อาหารกระป๋อง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ขนมขบเคี้ยว ซอสปรุงรส เป็นต้น
  • แป้งขัดสีหรือข้าวขัดสี เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว เส้นพาสต้า เป็นต้น

วิธีดูแลสุขภาพตับให้แข็งแรง

นอกจากการเลือกรับประทานอาหาร สามารถดูแลตับให้มีสุขภาพแข็งแรงได้หลายวิธี ดังนี้

ระมัดระวังในการใช้ยา ตับเป็นอวัยวะที่ช่วยกรองของเสียและสารพิษต่าง ๆ ที่อยู่ในร่างกาย การใช้ยาตามคำสั่งแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัดจะช่วยถนอมตับไม่ให้ทำงานหนักมากเกินไป และไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่ต้องรับประทานยา

จำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮฮล์ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันละนิดแต่เป็นระยะเวลานานอาจทำให้เสี่ยงต่อโรคตับแข็งหรือภาวะตับอักเสบรุนแรงจากแอลกอฮอล์ได้ ทางที่ดีควรจำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ให้อยู่ในปริมาณพอดี โดยผู้ชายไม่ควรดื่มมากกว่า 4 หน่วยมาตรฐานต่อวัน และผู้หญิงไม่ควรดื่มมากกว่า 2 หน่วยมาตรฐานต่อวัน

ไม่ใช้เข็มฉีดยาหรือเข็มสักร่วมกับผู้อื่น เชื้อไวรัสตับอักเสบสามารถติดต่อกันได้ผ่านเลือดหรือของเหลวจากผู้ที่ติดเชื้อ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์บางอย่างที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อร่วมกับผู้อื่น และรักษาสุขอนามัยของร่างกายอยู่เสมอ

ใช้ถุงยางอนามัย หากมีเพศสัมพันธ์ ควรใช้ถุงยางอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับเชื้อไวรัสต่าง ๆ ที่เป็นอันตรายต่อตับ

ควบคุมน้ำหนัก โรคไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มีความเกี่ยวข้องกับโรคในระบบเผาผลาญ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นต้น การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะไขมันพอกตับได้

ใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย หากต้องใช้หรือสัมผัสกับสารพิษและสารเคมีต่าง ๆ ควรใส่เสื้อผ้าที่ปกคลุมมิดชิดและสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ แว่นตา เป็นต้น เพื่อไม่ให้สารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางผิวหนัง และต้องปฏิบัติตามวิธีใช้งานของสารแต่ละชนิดอย่างเคร่งครัด

ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ การฉีดวัคซีนอาจช่วยป้องกันตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสได้ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี เพราะเป็นชนิดที่มีความรุนแรง และตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถป้องกันได้

ฉีดวัคซีนป้องกันตับอักเสบ การฉีดวัคซีนอาจช่วยป้องกันตับอักเสบจากการติดเชื้อไวรัสได้ โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี เพราะเป็นชนิดที่มีความรุนแรง และตับอักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่มีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่สามารถป้องกันได้

คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำหารู้ไม่ว่าคุณกำลังบั่นทอนอายุของตัวเองลงอย่างช้า ๆ ด้วยเพราะ “ตับ” อวัยวะสำคัญในการกำจัดสารพิษและของเสียออกจากร่างกายถูกทำลายลงไปทีละน้อย เมื่อเซลล์ตับอ่อนแอและตายไปเรื่อย ๆ ในที่สุดอาจรุนแรงถึงขั้นทำลายชีวิต

ข้อดีของการเลิกเหล้า-เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

● ลดความเสี่ยงโรคร้าย

          ความเสี่ยงของสารพัดโรคร้ายที่กล่าวมาข้างต้นจะลดลง เมื่อเราหยุดกรอกสารพิษเข้าปาก ยิ่งเลิกดื่มเร็วยิ่งดีต่อสุขภาพร่างกาย

● ความจำดีขึ้น

          เหล้าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สมองเสื่อม เพราะพิษของมันจะเข้าไปทำลายเซลล์สมอง หากเลิกดื่มได้จะทำให้ความจำต่าง ๆ ดีขึ้นกว่าเดิม


● พุงยุบ น้ำหนักลดลง

          เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดมีแคลอรีสูงมาก เช่น เบียร์ 1 กระป๋อง ขนาด 350 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 137 กิโลแคลอรี, ไวน์ 1 แก้ว ขนาด 100 มิลลิลิตร ให้พลังงาน 75 แคลอรี ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งไปสะสมที่พุง และทำให้น้ำหนักขึ้น

● หน้าตาสดชื่น ผิวพรรณสดใสขึ้น

          แอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายจะกลายเป็นอนุมูลอิสระที่ไปทำลายเซลล์ผิว ทำให้เกิดริ้วรอย เหี่ยวย่น ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส ดูแก่ก่อนวัย นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี ซึ่งการขาดวิตามินบีจะทำให้ผิวหนังแห้ง เหี่ยว เป็นสิว คันตามผิวหนัง ผิวแห้งแตกลาย ดังนั้นสาว ๆ จึงควรเลิกดื่ม


● นอนหลับได้สนิทกว่าเดิม

          เพราะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นาน ๆ เข้าจะไปรบกวนวงจรการนอน ทำให้นอนหลับไม่ต่อเนื่อง ตื่นมารู้สึกแฮงก์ ไม่สดชื่น

● ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ

          ข้อนี้ชัดเจนว่าเมื่อเลิกดื่ม ก็จะลดความเสี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกิดกับตัวเองและคนรอบข้างไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินหกล้ม ตกบันได ขับรถชน

● ครอบครัวอบอุ่นมากขึ้น

          เพราะการดื่มเหล้าทำให้ขาดสติ นำมาซึ่งการทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัว แต่การเลิกเหล้าจะทำให้เรามีเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกับครอบครัวได้มากขึ้น ความสัมพันธ์ของครอบครัวก็จะดีขึ้น

● มีเงินเก็บเพิ่ม

          เมื่อไม่ต้องเสียตังค์ค่าเหล้า เราก็มีเงินติดกระเป๋ามากขึ้น ลองนึกดูว่าถ้าปกติเราควักจ่ายค่าเหล้าวันละ 100 บาท ไม่ดื่มเหล้า 1 เดือน เราจะมีเงินเก็บเพิ่มขึ้นอีกตั้ง 3,000 บาท พอครบครึ่งปี ก็มีเงินสะสมมากถึง 18,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ใช้ทำอะไรดี ๆ ได้อีกตั้งเยอะ

วิธีเลิกเหล้า

วิธีเลิกเหล้า พักตับ ลดการดื่มให้ได้ผล

สำหรับใครที่ต้องการจะเลิกสุราให้ได้ ทางสายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา ก็ได้ให้คำแนะนำดี ๆ ที่จะช่วยลดปริมาณการดื่มให้สำเร็จมา ดังนี้

1. กำหนด และจำกัดปริมาณที่จะดื่ม แล้วให้ดื่มช้า ๆ เพื่อจะได้มีสติในการยั้งคิด
2. กินอาหารก่อนดื่ม หรือดื่มพร้อมอาหาร ทำให้การดูดซึมของแอลกอฮอล์ช้าลง
3. หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม เพราะจะทำให้กระหายน้ำ จนต้องดื่มบ่อยขึ้น
4. เลือกเครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ต่ำ เช่น การดื่มเบียร์แทนสุราหรือไวน์ เป็นต้น
5. ดื่มแบบผสมให้เจือจาง เพื่อลดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์
6. ดื่มน้ำเปล่าสลับบ้างในระหว่างที่ดื่มสุรา เพื่อทิ้งช่วงในการดื่มให้ห่างขึ้น
7. วางแผนกิจกรรมที่ให้ความสุขใจอย่างอื่นทดแทน เช่น กิจกรรมดนตรี เล่นกีฬา ทำงานศิลปะ งานอดิเรกต่าง ๆ ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เคยดื่มเป็นประจำ
8. หลีกเลี่ยงกลุ่มเพื่อนที่เคยดื่มด้วยกัน พบปะหรือเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อนที่ไม่ดื่มแทน
9. หากถูกชักชวนให้ดื่ม ปฏิเสธโดยตรงว่า “มีปัญหาสุขภาพ หมอสั่งไม่ให้ดื่ม”
10. ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะหลังดื่มสุรา
11. งดการดื่ม เมื่อมีปัญหาสุขภาพเกิดขึ้น และไม่ควรดื่มสุราเมื่อมีการกินยาทุกชนิด

          หากลองทำดูแล้วไม่ประสบความสำเร็จในการลดปริมาณการดื่มลง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับความช่วยเหลือต่อไป

          ทั้งนี้ หากมีปัญหาหรือข้อสงสัย หรืออยากได้คำแนะนำใด ๆ สามารถโทร. มาปรึกษาได้ที่สายด่วน 1413 ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุราทางโทรศัพท์

เลิกเหล้าแล้ว ก็มาฟื้นฟูตับกันดีกว่า

          เมื่อเลิกเหล้า เลิกดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว ควรหันมาดูแลตับให้มากขึ้น โดย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการโครงการสร้างเครือข่ายแพทย์ชนบทเพื่อควบคุมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สสส. ให้ข้อมูลมาด้วยว่า “ตับ” สามารถฟื้นฟูตัวมันเองได้ง่าย ๆ เพียงแค่เราไม่ทำร้ายมันเพิ่ม และดูแลมันให้ดี เซลล์ที่เคยอ่อนแอ ก็จะกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม ตามเคล็ดลับนี้เลย

1. เลิกดื่มเหล้าและแอลกอฮอล์ทุกชนิดที่เป็นตัวบ่อนทำลายตับ แค่คุณ “พักตับ” เลิกดื่ม ก็ช่วยให้ตับไม่ต้องทำงานหนักและฟื้นฟูกลับมาแข็งแรงได้อย่างรวดเร็ว
2. เข้านอนตั้งแต่ 22.00 น. เพราะในช่วงเวลา 22.00-02.00 น. เป็นช่วงที่ตับจะซ่อมแซมตัวเองได้ดีที่สุด
3. ไม่ควรกินยาหากไม่จำเป็น เพราะยาเป็นสิ่งที่ทำลายตับโดยตรง
4. ขับถ่ายให้เป็นเวลา เพราะอาการท้องผูกจะทำให้ตับทำงานมากขึ้น
5. ไม่ควรกินอาหารที่ปรุงแต่ง เช่น ใส่สีผสมอาหาร ใส่วัตถุกันเสีย และน้ำตาลเทียม
6. อย่าปล่อยให้เกิดโรคอ้วน และอย่ากินอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูงในปริมาณมาก เพราะอาจจะเสี่ยงเป็นไขมันแทรกในตับได้

          นอกจากนี้การกินอาหารที่มีประโยชน์ก็ช่วยบำรุงตับได้เช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่ามีอาหารอะไรที่กินแล้วดีต่อตับ ลองดู  “อาหารบำรุงตับ กินให้ถูกหลัก แล้วตับจะแข็งแรง”

          แต่หากสงสัยว่าตัวเองมีอาการของโรคตับอยู่หรือไม่ ลองเช็กอาการของตัวเองดูก่อน ถ้าเข้าข่ายก็ควรรีบไปพบแพทย์

          – 15 อาการชี้ชัด บ่งบอกว่าตับไม่สบายอยู่
          – 10 สัญญาณเตือนโรคมะเร็งตับ เช็กสุขภาพให้รู้ก่อนสายเกินแก้
          – สังเกตอย่างไรว่าเป็นโรคตับแข็ง

 การเลิกเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจมากแค่ไหนเราคงเข้าใจกันแล้ว อย่าลืมว่าตับของเราไม่มีอะไหล่สำรอง หากเสียไปแล้วก็ย่อมบั่นทอนชีวิตไปด้วย ดังนั้นเลิกเหล้าแล้วหันมาถนอมตับให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ดีกว่า

สนับสนุนโดย : PG SLOT

เรียบเรียงโดย : Rositacorrer

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOTGAME