สรรพคุณ "มะละกอ" มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

สรรพคุณ “มะละกอ” มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

สรรพคุณ “มะละกอ” มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

คุณค่าทางโภชนาการของมะละกอ

มะละกอดิบปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 43 กิโลแคลอรี อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต 10.82 กรัม น้ำตาล 7.82 กรัม เส้นใย 1.7 กรัม  ไลโคปีน 1,828 ไมโครกรัม  เบตาแคโรทีน 274 ไมโครกรัม  ลูทีนและซีแซนทีน 89 ไมโครกรัม   นอกจากนี้ยังมีสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ได้แก่ โปรตีน ไขมัน วิตามินเอ  วิตามินบี1  วิตามินบี2  วิตามินบี3  วิตามินบี5  วิตามินบี6  วิตามินบี9  วิตามินซี 62 มิลลิกรัม วิตามินอี  วิตามินเค  แคลเซียม  ธาตุเหล็ก  ธาตุแมกนีเซียม  ธาตุแมงกานีส  ธาตุฟอสฟอรัส  ธาตุโพแทสเซียม  ธาตุโซเดียม  ธาตุสังกะสี  

ประโยชน์ของการรับประทานมะละกอ

  1. ช่วยบำรุงประสาทและสมองได้เป็นอย่างดี
  2. ช่วยในการย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอุดมไปด้วยเอนไซม์ช่วยในการย่อยอาหาร
  3. ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกได้ เนื่องจากมะละกอสุกถือเป็นยาระบายอ่อนๆ 
  4. ช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน และยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะได้
  5. อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด แทงบอลออนไลน์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้สุขภาพแข็งแรง ช่วยชะลอวัย และบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง สดใส
  6. ผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งอ้างว่า การรับประทานมะละกอเป็นประจำ ช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งได้  บาคาร่า สูตรบาคาร่า

ที่มา : PG SLOT

สรรพคุณ "มะละกอ" มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ไอเดียการใช้มะละกอเพื่อสุขภาพ

  • เพิ่มน้ำนม   สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องการเพิ่มน้ำนมให้ลูกน้อย แนะนำให้กินมะละกอสุก เนื่องจากจะมีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมให้มีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น แต่ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม 
  • แก้อาการขัดเบา   นำรากสดประมาณ 1 กำมือ กับรากแห้งอีกครึ่งกำมือ จากนั้นนำมาหั่นและต้มกับน้ำ นำมาดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหารแต่ละมื้อ จะช่วยรักษาอาการขัดเบาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • แก้อาการผดผื่นคันบนลำตัว   แนะนำให้ใช้ใบ 1 ใบ น้ำมะนาวประมาณ 2 ผล และเกลือประมาณ 1 ช้อนชา นำวัตถุดิบทั้งหมดมาตำให้ละเอียด จากนั้นเอาไปทาที่บริเวณที่มีผดผื่นคัน วิธีนี้ช่วยให้อาการดังกล่าวค่อยๆ หายไปและดีขึ้นตามปกติ
  • ช่วยฆ่าเชื้อราบริเวณแผล  นำยางจากมะละกอดิบมาทาบริเวณที่เป็นกลาก เกลื้อน และเท้าเปื่อย ทาวันละประมาณ 3 ครั้ง จะช่วยฆ่าเชื้อราที่อยู่บริเวณที่เป็นแผลได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยรักษาแผลพุพอง อักเสบ   นำใบแห้งมาบดให้เป็นผง ผสมน้ำกะทิ ผสมให้เข้ากันพอเหนียวแล้วนำมาทาแผลวันละ 3 ครั้ง 
  • ช่วยลดอาการปวดบวม   นำใบสดมาย่างไฟ  หรือลวกด้วยน้ำร้อน จากนั้นนำมาประคบบริเวณที่มีอาการปวดบวมจะช่วยลดอาการได้ดี หรือจะนำใบมะละกอสดมาตำให้พอหยาบแล้วนำมาห่อด้วยผ้าขาวบางสะอาด ทำเป็นลูกประคบก็ได้เช่นเดียวกัน
  • ช่วยให้หน้าใส  นำเนื้อสุกนำมาผสมกับนมสดและน้ำผึ้ง นำมาปั่นให้เข้ากันจนละเอียด จากนั้นเอามาทาบริเวณผิวหน้าและผิวกายตามต้องการ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้ถือเป็นการทรีทเมนท์หน้าใสได้อย่างปลอดภัยและเห็นผลได้อย่างชัดเจน

ไอเดียการกินมะละกอเพื่อสุขภาพ

1.ส้มตำทอดซอสกุ้งเข้มข้น

2.แกงส้มมะละกอกุ้งฝอย

เตรียมมะละกอดิบปาดชิ้นบางๆ กุ้งฝอย สายบัว พริกแกงส้ม เกลือ น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะขามเปียก และน้ำเปล่า เมื่อเตรียมส่วนผสมทั้งหมดแล้วให้ตั้งหม้อบนไฟกลาง ใส่น้ำให้พอเดือด ตามด้วยใส่พริกแกงส้มแล้วคนให้ละลาย ใส่มะละกอลงไปต้มจนสุก ตามด้วยใส่กุ้งฝอยกับสายบัว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล บาคาร่าและน้ำมะขามเปียก รอให้เดือดอีกครั้ง พร้อมตักเสิร์ฟ

3.แกงเนื้อมะละกอสับ

เตรียมเนื้อสไลด์บางๆ ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด พริกกะเหรี่ยงแดง หอมแดงไทย น้ำปลาร้า เกลือ มะละกอดิบสับ และน้ำมัน จากนั้นเตรียมพริกแกง โดยตำหอมแดง ตะไคร้ ข่า และใบมะกรูดให้ละเอียด ตั้งหม้อใส่น้ำมันเพียงเล็กน้อย ผัดพริกแกงและหอมแดงหั่นจนได้กลิ่นหอม ใส่เนื้อตามลงไปพร้อมคั่วจนสุก เติมน้ำพอประมาณ เมื่อน้ำแกงเดือดให้ใส่มะละกอสับตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำปลาร้า รอให้สุกแล้วปิดไฟ  พร้อมตักเสิร์ฟjoker

4.มะละกอผัดไข่

เตรียมมะละกอดิบขูดเส้น ไข่ไก่ หรือไข่เป็ดตามต้องการ ซอสถั่วเหลือง เกลือ น้ำตาล น้ำปลา และน้ำมัน เมื่อเตรียมส่วนผสมทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว ให้วางกระทะใส่น้ำมันจนร้อน ใส่ไข่ลงไปผัด ตามด้วยมะละกอ ผัดเรื่อยๆ พร้อมปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอส น้ำตาล และเกลือ ผัดจนแห้งแล้วปิดไฟ พร้อมตักเสิร์ฟ

5.ตำหอยแครงใส่มะละกอ

6.นมมะละกอ

เตรียมนมสด น้ำตาล และมะละกอ จากนั้นเอาส่วนผสมทั้งหมดใส่ลงไปในเครื่องปั่น ปั่นให้เข้ากันจนละเอียด เทใส่แก้วพร้อมดื่ม  เมนูนี้จัดเป็นเครื่องดื่มง่ายๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก 

ข้อควรระวัง

  1. ควรเลือกมะละกอที่มีคุณภาพ มีผิวสีเหลืองบางส่วน หรือเหลืองทั้งหมด และผลของมะละกอตรงบริเวณขั้วที่ติดกับลำต้นไม่ควรนิ่มเหลว
  2. ไม่ควรรับประทานมะละกอที่ดิบจนเกินไป ซึ่งผลที่ดิบเกินไปจะมีเปลือกนอกสีเขียวและมีเนื้อที่แข็งมาก
  3. ไม่ควรรับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะเสี่ยงต่อการทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ เช่น ผิวเหลือง  เบื่ออาหาร เซื่องซึม นอนไม่หลับ 
  4. หลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับยางมะละกอ เพราะอาจเสี่ยงทำให้เกิดปัญหาต่อผิวหนังได้
  5. สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะละกอเพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชี้ให้เห็นว่า สารเคมีพาเพนที่อยู่ในมะละกออาจเป็นพิษต่อทารกน้อยในครรภ์ได้ รวมทั้งอาจทำให้เกิดภาวะพิการแต่กำเนิด ดังนั้นหากคุณแม่ตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพื่อปลอดภัยทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์
  6. สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานควรระมัดระวังในการรับประทานมะละกอ เพราะอาจส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดได้ ดังนั้นก่อนรับประทานมะละกอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเช็คและควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  7. ผู้ที่มีอาการแพ้สารพาเพน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะละกอ เนื่องจากในมะละกอจะมีสารชนิดนี้อยู่
  8. ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดไม่ควรรับประทานมะละกอ โดยเฉพาะมะละกอที่ผ่านการดอง อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้ ซึ่งนั่นอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในระหว่างและหลังการผ่าตัด ทั้งนี้ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรหยุดรับประทานมะละกออย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

แม้การรับประทานมะละกอจะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย  แต่ต้องรับประทานอย่างเหมาะสม ไม่ควรรับประทานมากจนเกินไปเพราะแทนที่จะส่งผลดีต่อสุขภาพอาจกลายเป็นผลเสียต่อร่างกายและทำให้เกิดอันตรายต่างๆ ตามมาได้ 

สรรพคุณ "มะละกอ" มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

คุณค่าทางโภชนาการของมะละกอสุก 1 ส่วน

          ประมาณ 7 ชิ้นคำ (6*2*1.5 ซม.) หรือ 144 กรัมโดยเฉลี่ย

          พลังงาน 60 กิโลแคลอรี

          น้ำ 128 กรัม

          น้ำตาล 12 กรัม

          ไฟเบอร์ 2.4 กรัม

          แคลเซียม 16 มิลลิกรัม

          โพแทสเซียม 220 มิลลิกรัม

          เบต้าแคโรทีน 694 ไมโครกรัม

          เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม

          วิตามินเอ 435 มิลลิกรัม

          ไทอะนิน 0.04 มิลลิกรัม

          ไรโบฟลาวิน 0.03 มิลลิกรัม

          ไนอะซิน 0.3 มิลลิกรัม

          วิตามินซี 79 มิลลิกรัม

          จะเห็นได้ว่ามะละกอสุกเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการค่อนข้างมาก ทั้งกากใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระ

ประโยชน์ของมะละกอ รู้แล้วจะรัก

          สรรพคุณของมะละกอเรียกว่าดีตั้งแต่รากยันใบมะละกอเลยทีเดียว โดยเราจะจำแนกประโยชน์ของมะละกอตามสัดส่วน ดังนี้

ประโยชน์ของรากมะละกอ

          ช่วยขับปัสสาวะ โดยนำมาต้มกับน้ำสุกแล้วกรองเอาแต่น้ำมาดื่มเป็นยาขับปัสสาวะ

ประโยชน์ของใบมะละกอ

          บำรุงหัวใจ ขับปัสสาวะ แก้ไข้ แก้บิด แก้ปอดบวม ขับพยาธิ โดยนำใบมะละกอไปต้มกับน้ำสะอาดแล้วกรองแต่น้ำมาดื่ม หรือหากใครมีอาการปวดข้อ ปวดเข่า ปวด บวม แดง บริเวณไหน ให้นำใบมะละกอไปย่างไฟ แล้วนำมาห่อหรือประคบอุ่น ๆ ในจุดที่ปวด อาการปวดก็จะลดลง

มะละกอ

ประโยชน์ของผลมะละกอดิบ

          ผลมะละกอดิบที่เรานำมาตำส้มตำหรือนำไปแกงส้ม มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับลม และขับปัสสาวะได้ 

ประโยชน์ของผลมะละกอสุก

          กินเป็นผลไม้แก้ท้องผูก เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ และมีไฟเบอร์สูง บำรุงธาตุ แก้กระเพาะอาหารอักเสบ บำรุงน้ำนม และช่วยย่อยอาหาร

มะละกอ

ประโยชน์ของเมล็ดมะละกอ

          เมล็ดแก่ของมะละกอสามารถนำไปตากแห้งผสมกับเมล็ดฟักทองในปริมาณเท่า ๆ กัน แล้วผสมกับน้ำ 1 ถ้วย แล้วนำไปพอกแผลมีหนอง หรือพอกบนข้อที่มีอาการปวด

ประโยชน์ของยางมะละกอ

          ยางมะละกอมีเอนไซ์ปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยเนื้อสัตว์ คนจึงมักนำยางมะละกอต้มลงไปกับเนื้อสัตว์หรือใช้ยางมะละกอหมักเนื้อสัตว์ดิบ เพื่อให้เนื้อมีความเปื่อยและนุ่ม

สรรพคุณของมะละกอ

– บำรุงสายตา

          มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตมินเอ วิตามินที่สำคัญต่อการทำงานของจอประสาทตาและการมองเห็น โดยเฉพาะการมองเห็นในตอนกลางคืน อีกทั้งเบต้าแคโรทีนในมะละกอยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และเป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ จึงช่วยเสริมพลังในการบำรุงสายตาของเราได้อีก

– บรรเทาอาการเลือดออกตามไรฟัน

          วิตามินซีมีส่วนสำคัญในการป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และในมะละกอเองก็มีวิตามินซีอยู่ไม่น้อยนะคะ รวมไปถึงวิตามินอื่น ๆ อีกมากมาย

– บำรุงเลือด บำรุงน้ำนม

          สารอาหารในมะละกอมีส่วนช่วยบำรุงเลือด และช่วยขับน้ำนมให้คุณแม่หลังคลอด อีกทั้งการกินมะละกอสุกยังช่วยผ่อนคลายระบบประสาทของคุณแม่ด้วยนะคะ ส่งผลให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปอย่างไหลลื่นมากขึ้น

– เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

          มะละกอมีสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารที่มีประโยชน์เหล่านี้จะช่วยเสริมภูมิคุมกันของร่างกาย ช่วยให้เราไม่ป่วยได้ง่าย ๆ

– ช่วยลดการอักเสบ

          ทั้งนี้ปาเปนจะพบได้มากในมะละกอดิบ แต่ถ้าจะกินมะละกอดิบเพื่อรักษาอาการอักเสบเฉียบพลันอาจจะเป็นไปไม่ได้ ทว่าหากกินมะละกอสุกเป็นประจำก็จะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานที่แข็งแรงขึ้นได้

– ช่วยย่อยอาหาร

          เอนไซม์ปาเปนในมะละกอที่มีสรรพคุณในการย่อยเนื้อก็มีส่วนช่วยย่อยอาหารในกระเพาะอาหารได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะกินมะละกอดิบจากเมนูส้มตำ หรือกินมะละกอสุกก็ได้รับเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารได้เหมือนกันเลย

– มีเบต้าแคโรทีนช่วยต้านมะเร็ง

          สารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีนมีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ร้ายเกิดขึ้นกับร่างกาย จึงถือว่ามะละกอเป็นผลไม้ช่วยต้านมะเร็งอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมากพอสมควรเลย

มะละกอ

– ช่วยลดน้ำหนัก

          คุณสมบัติช่วยย่อยอาหารที่มะละกอมีจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ดียิ่งขึ้น การดูดซึมสารอาหารก็จะมีประสิทธิภาพขึ้น รวมไปถึงการขับถ่ายของเสียก็คล่องตัวขึ้นด้วย ดังนั้นคนที่ลดน้ำหนักอยู่จะกินมะละกอเพื่อช่วยเสริมให้การลดความอ้วนเป็นไปด้วยดีขึ้นก็ได้นะ

มะละกอ

กินมะละกอสุกอ้วนไหม

          มะละกอแคลอรีไม่มากนะคะ ขนาดชิ้นพอดีคำประมาณ 7 ชิ้นให้พลังงานเพียง 60 กิโลแคลอรีเท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าไม่มากไม่น้อยจนเกินไปนัก ทว่าก็อยากแนะนำให้กินมะละกอวันละ 1 ส่วนหรือวันละ 6-7 ชิ้นพอดีคำก็พอ โดยเฉพาะคนที่มักจะถ่ายคล่อง ถ่ายเหลวบ่อยก็ควรจำกัดปริมาณการรับประทาน เนื่องจากมะละกอสุกมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ นั่นเองค่ะ
          นอกจากนี้ก็ยังไม่ควรกินผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้ตัวเหลือง จากที่จะได้ประโยชน์ก็อาจได้รับโทษต่อร่างกายเทน

เมนูจากมะละกอ ทำอะไรได้บ้าง

      ประโยชน์ของมะละกอมากมายอย่างนี้ หลายคนก็อยากจะกินมะละกอทุกวัน แต่ครั้นจะกินมะละกอสุกเป็นประจำก็คงน่าเบื่อเกินไป งั้นมาดูกันค่ะว่ามะละกอดิบทำอะไรได้บ้าง แล้วมะละกอสุกสามารถนำไปทำเมนูอะไรได้อีก

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับสุขภาพและการออกกำลังกาย

สนับสนุนโดย : PG SLOT

เรียบเรียงโดย : Rositacorrer

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOT