ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

มะเฟือง ประโยชน์ต่อสุขภาพ กับคำแนะนำในการบริโภค

มะเฟือง

มะเฟือง เป็นผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวหวาน และมีสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ มากมาย เช่น เส้นใยอาหาร วิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม แมกนีเซียม และ มีแคลอรี่ต่ำ ทำให้หลายคนเชื่อว่า การรับประทานมะเฟือง ส่งผลดีต่อสุขภาพ ตลอดจนอาจ รักษาป้องกันโรค บางชนิดได้ อย่างเช่น เงาะ ทุเรียน

นอกจากมีรสชาติอร่อย และ หารับประทานได้ง่าย มะเฟืองยังอุดม ไปด้วยสารประกอบ ที่มีประโยชน์ อย่างหลากหลาย จึงเชื่อว่ามะเฟือง อาจส่งผลดี ต่อสุขภาพของผู้บริโภค ในด้านต่าง ๆ รวมทั้งการรักษา และ ป้องกันโรคด้วย แต่ข้อเท็จจริง เชิงการแพทย์ และ วิทยาศาสตร์ จะพิสูจน์สมมติฐาน เหล่านั้นได้ มากน้อยเพียงใด สามารถศึกษา ได้จากข้อมูลต่อไปนี้

ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอล

หากร่างกาย มีการสะสมไขมัน คอเลสเตอรอล มากเกินไป อาจทำให้เกิด ภาวะอ้วน หรือ เสี่ยงเผชิญ ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ตามมาได้ มะเฟืองมีเส้นใยอาหารสูง และ มีสารประกอบ อื่น ๆ ที่เชื่อว่าอาจช่วย ลดระดับไขมัน คอเลสเตอรอลได้

โดยมีการนำสารสกัด จากมะเฟือง มาทดลองหาคุณสมบัติ ด้านการลดระดับ คอเลสเตอรอล ในสัตว์ทดลอง และ ในเซลล์ตัวอย่าง ในห้องปฏิบัติการ พบว่าสารสกัด จากมะเฟืองช่วยลดระดับ ไขมันคอเลสเตอรอล และ ไขมันพอกตับลงได้ แต่การทดลอง ดังกล่าวเป็นเพียงการทดลอง ในสัตว์ และ ในห้องทดลองเท่านั้น จึงไม่อาจสรุปประสิทธิผล ของมะเฟืองต่อการลดระดับ คอเลสเตอรอล ในมนุษย์ได้ และควรมีการค้นคว้า วิจัยให้ชัดเจนต่อไป ในอนาคต

ต้านอนุมูลอิสระ

สารอนุมูลอิสระ มีหน้าที่สำคัญ ต่อกระบวนการ ทำงานภายในเซลล์ แต่หากสารนี้ มีความเข้มข้นสูง อาจเป็นอันตราย ต่อร่างกาย และ สร้างความเสียหาย ต่อเซลล์ส่วนต่าง ๆ เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพ ตลอดจนเสี่ยงเผชิญ โรคร้ายอย่างมะเร็งได้ด้วย

มะเฟืองเป็นแหล่ง ของสารอาหารมีประโยชน์ เช่น เควอซิทิน (Quercetin) อีพิคาเทชิน (Epicatechin) และ กรดแกลลิก (Gallic Acid) ที่มีคุณสมบัติ ต้านสารอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยป้องกันโรค และ การเจ็บป่วยที่เกิด จากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ได้ และยังมีประโยชน์ ต่อสุขภาพด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น กรดแกลลิก ช่วยกระตุ้นกระบวน การเจริญเติบโต และ สารเควอซิทิน ช่วยลดการอักเสบ ของต่อมลูกหมาก เป็นต้น

ต้านการอักเสบ

กระบวนการอักเสบ เป็นขั้นตอนที่ร่างกาย สร้างขึ้นเพื่อป้องกัน การติดเชื้อและ การเจ็บป่วยต่าง ๆ มะเฟืองมีสารประกอบ มากมายที่คาดว่าอาจมีสรรพ คุณต้านการอักเสบได้ โดยการค้นคว้าหนึ่งได้นำสารพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) จากมะเฟืองไปสกัดจนเป็นสารประกอบน้ำตาล แล้วนำไปฉีดกับหนูทดลอง แล้วพบว่าสารดังกล่าวช่วยลดกระบวนการอักเสบได้ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการบรรเทาความเจ็บปวดจากการอักเสบของผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นเพียงการทดลองในสัตว์ จึงไม่อาจยืนยันคุณสมบัติต้านการอักเสบของมะเฟืองในมนุษย์ได้ ควรมีการศึกษาทดลองในมนุษย์เพิ่มเติม และหลักฐานจากการค้นคว้าดังกล่าวก็อาจเป็นประโยชน์ในทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ต่อไปในอนาคต

ป้องกันมะเร็งตับ

มะเร็งตับเกิดจากเซลล์บริเวณตับมีลักษณะหรือการทำงานผิดปกติ และมะเร็งตับชนิดที่พบได้มาก คือ มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma: HCC) มะเฟืองอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง จึงมีสมมติฐานว่ามะเฟืองอาจมีคุณสมบัติต้านมะเร็งชนิดนี้ได้ด้วย โดยมีงานวิจัยหนึ่งได้นำสารสกัดจากมะเฟืองไปทดลองกับหนู พบว่าสารสกัดจากมะเฟืองมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเซลล์ตับในหนูทดลอง ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวอาจนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ในอนาคต แต่ควรมีการศึกษาค้นคว้าถึงประสิทธิภาพของมะเฟืองอย่างละเอียดรอบคอบก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรมีการทดลองด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยของมะเฟืองในการใช้กับมนุษย์ เพราะมะเร็งเป็นโรคร้ายที่เป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมทันท่วงที

รับประทานมะเฟืองอย่างไรให้ปลอดภัย ?

แม้มะเฟืองจะเป็นผลไม้ที่คนนิยมรับประทานกันมานานและอุดมไปด้วยสารอาหารมีประโยชน์ แต่ในปัจจุบันยังมีข้อมูลทางสุขภาพเกี่ยวกับมะเฟืองน้อยมาก ดังนั้น ผู้บริโภคควรรับประทานมะเฟืองในปริมาณเหมาะสม และระมัดระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากมะเฟือง หากมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ จนกว่าจะมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันประสิทธิผลของมะเฟืองในเชิงการรักษาหรือป้องกันโรคได้อย่างชัดเจน

เพื่อความปลอดภัยเบื้องต้นในการรับประทานมะเฟือง ผู้บริโภคควรเลือกผลที่สุกเต็มที่ ไม่เน่าเสีย ล้างน้ำให้สะอาด หั่นเป็นชิ้น แล้วนำเมล็ดออกก่อนรับประทาน

นอกจากนี้ ผู้บริโภคบางรายอาจพบผลข้างเคียงจากการรับประทานมะเฟือง เนื่องจากในมะเฟืองมีสารออกซาเลต (Oxalate) ปริมาณมาก ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงให้ไตเกิดความเสียหายหรือเป็นนิ่วในไตได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะเฟือง เพราะอาจได้รับอันตรายจากการทำลายระบบประสาท ทำให้เกิดอาการสับสนมึนงง ชักเกร็ง หรืออาจป่วยรุนแรงถึงชีวิตได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยารักษาโรคอื่นอยู่ ควรปฏิบัติตนและรับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์ รวมทั้งปรึกษาแพทย์ก่อนบริโภคมะเฟืองหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ จากมะเฟืองด้วยเช่นกัน

อันตรายจาก “มะเฟือง” ที่คุณอาจไม่ทราบ

เป็นความโชคดีของคนไทยมากๆ ที่เกิดมาในผืนแผ่นดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผักผลไม้นานาชนิด แถมยังราคาไม่แพง และมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน รวมไปถึงผลไม้หน้าตาน่าทานอย่าง “มะเฟือง” ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวที่หลายคนชื่นชอบ และราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

แต่ไม่ว่ามะเฟืองจะน่ากินมากเท่าใด ก็ยังมีข้อควรระวังที่ต้องทราบก่อนทานเช่นกัน

อันตรายจาก “มะเฟือง” เนื่องจากมะเฟืองมีกรดออกซาลิกสูงพอสมควร ดังนั้นจึงอาจส่งผลต่อผู้ป่วยโรคไต หรือกำลังรับการฟอกไตอยู่ เพราะอาจทำให้อาการของโรคไตหนักขึ้นกว่าเดิม และการรับสารออกซาลิกเข้าไปในร่างกายเป็นจำนวนมาก อาจเพิ่มโอกาสในการเป็นโรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ หรือไตวายเฉียบพลันได้

ผู้ที่อยู่ในภาวะขาดน้ำเนื่องจากอาการท้องเสีย ท้องร่วง ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหนักจนสูญเสียเหงื่อในปริมาณมาก หากรับประทานมะเฟือง หรือดื่มน้ำมะเฟืองในปริมาณมาก จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคไตวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

นอกจากนี้ ใครที่กำลังทานยาลดไขมัน หรือยาลดความเครียดอยู่ ไม่ควรทานมะเฟืองเช่นกัน เพราะมะเฟืองจะเข้าไปต่อต้านการทำงานของยาเหล่านั้น

มะเฟืองเปรี้ยว VS มะเฟืองหวาน

ในมะเฟืองเปรี้ยวจะมีกรดออกซาลิกสูงกว่าในมะเฟืองหวาน ดังนั้นมะเฟืองเปรี้ยวอาจส่งกระทบต่อการทำงานของไตได้มากกว่ามะเฟืองหวานนั่นเอง

ถึงแม้ว่ามะเฟืองจะแอบซ่อนอันตรายเอาไว้อยู่บ้าง แต่หากทานมะเฟืองในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป คุณก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับรสชาติอร่อยสดชื่นของมะเฟืองได้เหมือนเดิมค่ะ อะไรที่มากเกินไป ย่อมไม่ดีต่อร่างกายแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะกับมะเฟืองเท่านั้น หากทานอย่างมีสติ รับรองว่าให้ประโยชน์มากมายแก่ร่างกายได้แน่นอน

admin

Back to top