มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย!!

มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย!!

มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย!! เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย มีทั้งรสชาติเปรี้ยว รสหวานอมเปรี้ยว และรสมัน นับเป็นเป็นผลไม้เศรษฐกิจของประเทศไทย มีหลายสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น สำหรับใครที่ชื่นชอบการรับประทานมะม่วง เคยสงสัยหรือไม่ว่า นอกจากระสชาติอร่อยแล้ว มะม่วงมีสารอาหารอะไรบ้าง และมีประโยชน์มากน้อยอย่างไรต่อร่างกาย

รู้จักมะม่วงให้มากยิ่งขึ้น

มะม่วง (Mango) เป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยผลมีรูปทรงรี เปลือกสีเขียว เนื้อผลตอนดิบจะกรอบ และเมื่อสุกจะนิ่มและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั้งเปลือกและเนื้อ โดยจะมีรสชาติที่หวานขึ้น

คุณค่าทางอาหารมะม่วง

– น้ำ 83.46 กรัม
– พลังงาน 60 กิโลแคลอรี
– โปรตีน 0.82 กรัม
– ไฟเบอร์ 1.6 กรัม
– น้ำตาล 13.66 กรัม
– แคลเซียม 11 มิลลิกรัม
– ธาตุเหล็ก 0.16 มิลลิกรัม
– แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม
– ฟอสฟอรัส 14 มิลลิกรัม
– โพแทสเซียม 168 มิลลิกรัม
– โซเดียม 1 มิลลิกรัม
– สังกะสี 0.9 มิลลิกรัม
– วิตามินซี 36.4 มิลลิกรัม
– วิตามินบี 6 0.119 มิลลิกรัม
– วิตามินเอ 1,082 ยูนิต

ที่มา : PG SLOT

มะม่วง ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย!!

แนวทางการใช้เพื่อสุขภาพ

นอกจากผลของมะม่วงที่นำมารับประทานหรือทำเป็นเมนูต่างๆ ได้แล้ว ส่วนอื่นๆ ยังสามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วย ดังนี้

เปลือกต้น 
สามารถนำมาต้มรับประทานเพื่อแก้โรคคอตีบ ช่วยรักษาอาการเยื่อปากอักเสบ และจมูกอักเสบ วิธีใช้คือ ให้นำมาคั่วรับประทานร่วมกับน้ำตาล นอกจากนี้ ยังช่วยแก้อาการปวดประจำเดือน ลดอาการปวดเมื่อยและแก้ไข้ตัวร้อนได้ด้วย

เม็ด 
นำมาตากแห้งและต้มเพื่อดื่มช่วยขับพยาธิได้

เนื้อ 
นำมาบำรุงผิวหน้าได้ด้วยการบดละเอียดและนำมาพอกผิว เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้รูขุมขนกระชับ ผิวเรียบเนียน และทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาบำรุงผมได้อีกด้วย โดยมีสูตรการทำดังนี้

  • สูตรพอกหน้าเพื่อผิวกระจ่างใส 
    วิธีทำ นำเนื้อมะม่วงสุกมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ล้างออกให้สะอาด สูตรนี้จะช่วยปรับสภาพผิวให้ค่อยๆ กระจ่างใส ช่วยลดจุดด่างดำและชะลอริ้วรอยได้
  • สูตรลดสิว
    วิธีทำ ฝานมะม่วงเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นนำมาวางบนใบหน้าปล่อยไว้ 30 นาทีแล้วล้างออก วิตามินเอจากมะม่วงจะช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นอย่างดี
  • สูตรหมักผม เพื่อผมนุ่มสลวยเงางาม 
    วิธีทำ นำเนื้อมะม่วงมาบดผสมโยเกิร์ตรสธรรมชาติ และไข่แดง 2 ฟอง โดยบดจนได้เนื้อเนียนละเอียดแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ 30 นาที เสร็จแล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำ ผมจะนุ่มสลวย มีน้ำหนักเงางาม

ประโยชน์ของมะม่วง

1. ช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต

          มะม่วงเป็นผลไม้ที่สามารถลดระดับความดันโลหิตได้ เพราะในมะม่วงมีสารอาหารที่สำคัญต่อระบบการไหลเวียนของเลือดอย่­­­างโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ระดับความดันโลหิตถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ปกติ นอกจากนี้มะม่วงยังมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศอีกด­­­้วย

2. ป้องกันโรคมะเร็ง

          สารประกอบฟีนอล ที่พบในมะม่วงอย่างเช่น เควอซิทิน (Quercetin) ไอโซเควอซิทริน (isoquercitrin) แอสตรากาลิน (astragalin) ไฟเซติน (fisetin) เมทิลแกทเลท (methylgallat) มีฤทธิ์เป็นสารต้านนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ในการตอต้านการเก­ิดโรคมะเร็ง นอกจากนี้ในมะม่วงก็ยังมีเพคติน (pectin) สูง และมีผลการวิจัยพบว่าสารเพคตินนี่ล่ะที่มีผลต่อการป้องกันการเก­­­ิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหารได้

3. ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

          ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารขอแนะนำให้รับประทานมะม่วง­­­เลยล่ะ เพราะในมะม่วงนั้นมีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายโปรตีนให้ง่ายต่อการ­­­ดูดซึมของร่างกาย ขณะที่ไฟเบอร์ในมะม่วงก็สามารถช่วยในการย่อยอาหารได้อีกด้วย

4. ป้องกันโรคหัวใจ

          วิตามินเอและวิตามินอีในมะม่วงรวมทั้งซีลีเนียม (Selenium) สามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นในมะม่วงยังมีวิตามินบี 6 ที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจด้วยการลดระดับโฮโมซิสเตอีน (Homocysteine) เพราะเจ้าโฮโมซิสเตอีนนี่เป็นกรดอะมิโนที่สามารถสร้างความเสียห­­­ายให้กับผนังหลอดเลือดได้ อันเป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจนั่นเองค่ะ

5. ลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี (LDL) ในร่างกาย

          เพคตินและวิตามินซีในมะม่วงเป็นพระเอกที่ขาดไม่ได้เลย เพราะสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้สามารถช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดีในร่างกายได้ แต่ทั้งนี้ผู้ที่ป่วยด้วยโรคไข่มันในเลือดสูงก็ควรจะปรึกษาแพทย­์ก่อนจะรับประทานจะดีกว่าค่ะ

6. บำรุงสมอง

          วิตามินบี 6 ในมะม่วงนอกจากจะช่วยป้องกันโรคหัวใจแล้ว ก็ยังช่วยป้องกันและสร้างเสริมการทำงานของสมอง เพราะเจ้าวิตามินบี 6 นี้มีส่วนสำคัญในการทำงานของสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยในการกำ­หนดอารมณ์และรูปแบบในการนอนหลับ การเติมมะม่วงลงไปในอาหารจะช่วยให้ร่างกายได้รับกลูตาไมน์ (Glutamine) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้สมองสามารถจดจำและมีสมาดีขึ้น และยังทำให้เซลล์สมองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

7. บำรุงสายตา

          มะม่วงมีวิตามินเอสูง ดังนั้นจึงช่วยบำรุงสายตาให้ยังใสปิ๊งปั๊งอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยป้องการการเสื่อมของจอประสาทตาเมื่ออายุ­­­มากขึ้นได้อีก

8. บำรุงผิวพรรณ

          ต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินเออีกครั้งเพราะวิตามินเอในมะ­­­ม่วงนั้นมีคุณประโยชน์เพียบพร้อมจริง ๆ แม้แต่ในเรื่องผิวพรรณ การรับประทานมะม่วงทำให้เราได้รับวิตามินเอที่ช่วยกระตุ้นการให­­­ลเวียนของเลือดในเนื้อเยื่อและผิวหนัง ช่วยให้การอุดตันของรูขุมขนลดลงส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียนได้

9. รักษาสิว

          หากใครไม่ชอบทานมะม่วงแต่ก็อยากรักษาสิวให้หายโดยไม่พึ่งยาละก็­­­ลองหันมาใช้มะม่วงในการรักษาได้ค่ะ เพราะเนื้อมะม่วงนี้แม้เราจะไม่ได้รับประทานแต่ก็สามารถใช้บำรุ­­­งผิวพรรณ ลดสิวบนใบหน้าที่กวนใจได้ เพียงฝานมะม่วงบาง ๆ วางใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นล้างออก วิตามินเอในมะม่วงก็ช่วยลดการเกิดสิวได้เป็นปลิดทิ้งเลย

10. รักษาโรคโลหิตจางในหญิงที่ตั้งครรภ์

          มะม่วงเปรี้ยว ๆ ถือเป็นของที่ถูกใจว่าที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก เพราะช่วยรักษาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี แต่อย่าเพิ่งคิดว่ามะม่วงมีดีเพียงแค่นั้น เพราะมะม่วงก็มีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อหญิงที่กำลังตั้งครรภ์เช่นเดียวกัน­­­ เพราะหญิงตั้งครรภ์นั้นมักจะเกิดภาวะโลหิตจางได้ง่าย และการรับประทานมะม่วงก็จะช่วยให้ธาตุเหล็กอันเป็นสาเห­ตุของโรคโลหิตจางมีระดับสูงขึ้นอยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ

11. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

          มะม่วงมีสารเบต้าแคโรทีมเช่นเดียวกับผักผลไม้มีสีส้มและสีเหลือ­งอื่น ๆ เช่น แครอท เป็นต้น โดยสารเบต้าแคโรทีนนั้นเป็นสารแคโรทีนอยด์อันมีคุณสมบัติในการส­­­ร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ฉะนั้นถ้าไม่อยากป่วยง่ายก็ควรจะรับประทานมะม่วงเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับสารพิษและแบคทีเรียต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

แนวทางการรับประทานมะม่วงเพื่อสุขภาพ

เนื่องจากมะม่วงเป็นผลไม้ที่หาได้ง่ายและมีประโยชน์ที่หลากหลาย สำหรับบ้านไหนที่ซื้อติดบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว สามารถนำมาดัดแปลงเป็นเมนูต่างๆ ดังนี้

ยำมะม่วงปลาแซลมอน

วัตถุดิบ: ปลาแซลมอนสดสไลด์บางๆ มะม่วงดิบหรือมะม่วงมันซอยเป็นเส้นและแช่น้ำเย็นไว้ให้กรอบ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทอด หอมแดง ต้นหอม น้ำปลา น้ำมะนาวและพริกป่น
วิธีทำ นำน้ำปลา น้ำมะนาว พริกป่น และหอมแดงมาคลุกเคล้าจนได้รสชาติที่ชอบ โรยมะม่วงที่เตรียมไว้และตักใส่จานปลาแซลมอน โรยต้นหอมและเม็ดมะม่วงหิมพานต์อีกครั้งเป็นอันเสร็จ เมนูนี้ นอกจากจะได้ประโยชน์จากมะม่วงแล้ว แซลมอนถือเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนสูง ไขมันต่ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

เนื้อต้มจิ๋วมะม่วงดิบ

วัตถุดิบ: เนื้อน่องลายตุ๋นจนเปื่อย น้ำซุปเนื้อ มะม่วงดิบ มันเทศ น้ำมะขามเปียก น้ำปลา หอมแดงซอย ใบกะเพรา ใบโหระพา และพริกขี้หนูบุบพอแตก
วิธีทำ เพียงนำมะม่วงมาต้มกับน้ำซุปและปรุงรสให้ได้รสชาติที่ต้องการ เป็นเมนูที่ช่วยเพิ่มโปรตีน มีสมุนไพรที่ช่วยขับลม และยังเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยอีกด้วย

น้ำมะม่วงสมูทตี้โยเกิร์ต

วัตถุดิบ: เนื้อมะม่วงสุก (หั่นเป็นชิ้น) 100 กรัม, น้ำมะนาว 1/2 ช้อนโต๊ะ, น้ำผึ้ง (หรือปริมาณตามชอบ) 2 ช้อนโต๊ะ, โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 50 กรัม, น้ำแข็งบดปริมาณตามขนาดแก้ว และมะม่วงสุก หรือใบสะระแหน่
วิธีทำ ให้นำส่วนผสมทั้งมาผสมลงในเครื่องปั่นน้ำผลไม้ จากนั้นปั่นส่วนผสมให้ละเอียดเข้ากัน เทใส่แก้วและตกแต่งด้วยเนื้อมะม่วงหรือใบสาระแหน่ ประโยชน์จากเครื่องดื่มชนิดนี้จะช่วยเสริมสร้างวิตามินซีให้แก่ร่างกายและยังช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายให้ดีขึ้นอีกด้วย

น้ำพริกมะม่วง

วัตถุดิบ: กะปิ กุ้งแห้ง กระเทียม พริกขี้หนูสวน น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา มะม่วงเปรี้ยวสับเป็นเส้น และน้ำมะนาว
วิธีทำ นำส่วนประกอบทั้งหมดมาตำและคลุกเคล้าให้เข้ากัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้น้ำพริกมะม่วงที่สามารถนำไปรับประทานคู่กับข้าว ผักทอด ผักสด หรือไข่เจียวก็อร่อยได้ไม่แพ้กับน้ำพริกอื่นๆ เลย และจะได้ประโยชน์จากมะม่วงอย่างเต็มที่

สลัดมะม่วงสายบัว

วัตถุดิบ: มะม่วงสุกหั่นเต๋า สายบัวหั่นเฉียง (ลวกสุก) เปลือกมะนาวสับ มะเขือเทศสีดา น้ำส้มสายชูจากน้ำผึ้ง น้ำมะนาว น้ำมันมะกอก หรืออาจจะเพิ่มพริกแดงสับ หอมแดงสับ ผักชีลาว และสะระแหน่ตามชอบ
วิธีทำ นำส่วนผสมมาคลุกเคล้ากัน โดยเริ่มจากทำน้ำยำก่อน จึงตามด้วยสายบัวและมะม่วง หรือผักอื่นๆ คลุกเคล้า ชิมรสตามชอบ

ข้อควรระวังการใช้หรือบริโภค

  1. ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่ร่างกายกำลังฟื้นตัวจากอาการไข้ ไม่ควรเลือกรับประทานมะม่วงสุก เพราะอาจจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นหรืออาจทำให้อาการไข้กำเริบขึ้น
  2. หากเป็นโรคไต ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานมะม่วง เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมในปริมาณสูง อาจทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมสูงเกินกว่าปกติได้
  3. ก่อนรับประทานทุกครั้ง ควรล้างให้สะอาดทั้งก่อนและหลังปอกเปลือก เพราะยางของมะม่วงอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อปาก ตา และผิวหนังได้

สนับสนุนโดย : PG SLOT PGSLOTGAME

เรียบเรียงโดย : Rositacorrer

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo , PGSLOT , PGSLOTGAME