ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม จะมีสารที่ชื่อว่า ลูทีน (Lutein) อยู่มาก ซึ่งมีประโยชน์โดยตรงกับดวงตา ช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของจอประสาทตาในผู้ใหญ่ และมีส่วนช่วยในการพัฒนา การมองเห็นในเด็กเล็กได้อีกด้วย

สำหรับผักและผลไม้ที่มีสีส้ม จะมีสารเบต้าแคโรทีน (Betacarotene) ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล,ไขมันในเส้นเลือด ช่วยให้ผิวพรรณสดใส รักษาความชุ่มชื่นให้ผิว ลดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยส่งเสริมและสร้างภูมิคุ้มกัน Turnip เทอร์นิพ

ซึ่งผักและผลไม้ที่อยู่ในกลุ่มสีเหลืองและส้มได้แก่ ส้ม แครอท มะละกอ มะนาว สับปะรด ฟักทอง มันเทศ ขนุน เสาวรส และ ข้าวโพด

สารสีที่เราเห็นจนชินตาในผัก ผลไม้นั้นคือสารสีเหลืองและส้ม เราเห็นสารสีพวกนี้ได้บ่อย เช่น ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก แครอท แม้กระทั่งผลไม้ยอดนิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น ทุเรียน ผลไม้เหล่านี้ล้วนให้สารสีเหลืองทั้งนั้น สารสีเหลืองนอกจากจะเป็นตัวบ่งบอกว่าผลไม้ชนิดนั้นๆสุกพร้อมรับประทานแล้วยังแฝงด้วยประโยชน์เฉพาะในเรื่องการบำรุงสายตาด้วยสารแคโรทีนอยด์ที่พบในผัก ผลไม้ที่มีสีเหลือง หรือส้ม

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม

แคโรทีนอยด์ (Carotenoid) เป็นสารสีส้มพบในพืช ไม่ละลายในน้ำแต่ละลายในไขมัน สารตัวนี้ โดยตัวของมันเองมีโมเลกุลขนาดใหญ่ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้โดยตรง เมื่อเรารับประทานผัก ผลไม้ที่มี แคโรทีนอยด์เข้าไปในร่างกายสารตัวนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอที่ตับ (Vitamin A) และกระบวนการดูดซึมในร่างกายจะเปลี่ยนวิตามิน เอ เป็นสารเรตินอล (Retinol) และเรติโนอิกแอซิด (Retinoic acid) ซึ่งมีขนาดโมเลกุลเล็กลง ร่างกายจึงจะสามารถดูดซึมและนำสารนี้ไปใช้ประโยชน์ได้

แคโรทีนอยด์ใน ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม

ในส่วนของแคโรทีนอยด์ในผัก ผลไม้ ที่มีเม็ดสีเหลืองเองยังมีหลายชนิด ชนิดที่วิจัยแล้วพบว่ามีประโยชน์ต่อมนุษย์ มี3ชนิดได้แก่

1. แอลฟาแคโรทีน (Alpha-carotenoid) เป็นสารตั้งต้นในการสร้างวิตามิน เอ มีการวิจัยพบว่าสารชนิดนี้สามารถลดเนื้องอกในสัตว์ มีประสิทธิภาพสูงในการปกป้องดวงตา ลดความเสื่อมของดวงตา รวมทั้งปกป้องตับ ปอดจากอนุมูลอิสระมากกว่าเบต้าแคโรทีน10 เท่าพบมากในแครอท ฟักทอง

2. เบต้าแคโรทีน (Beta carotene) มีความสำคัญในการยับยั้งสารอนุมูลอิสระ (Oxidant) ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดสมองตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ป้องกันโรคต้อกระจก ยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง พบมากใน แคนตาลูป มะม่วง มันเทศ แครอท และฟักทองปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 15 มิลลิกรัม

3. คริบโตแซนทีน (Cryptoxanthin) มีการวิจัยหาระดับคริบโตแซนทีนในเลือดพบว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูกมีระดับสารนี้ต่ำต่างจากผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นมะเร็งปากมดลูก สารชนิดนี้พบมากใน ลูกพีช มะละกอ ส้มข้าวโพดหวาน ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 3-6 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของแคโรทีนอยด์

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม

1. แคโรทีนอยด์เป็นสารตั้งต้นหนึ่งในการสังเคราะห์วิตามินเอ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของโรดอปซิน (Rhodopsin) หรือโปรตีนที่เรตินา (Retina) ช่วงปกป้องดวงตาจากอนุมูลอิสระ ป้องกันโรคต้อกระจก ลดความเสื่อมของดวงตา

2. ปกป้องผิวจากรังสียูวี (Ultraviolet)โดยเม็ดสีของแคโรทีนอยด์จะสะสมที่ผิวหนังช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดหรือรังสียูวี

3. เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลักษณะการทำงานของสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์จะเข้าจับกับปฏิกิริยาการสันดาปที่เกิดการออกซิเดชั่น (Oxidation) ระหว่างอนุมูลอิสระและสารสำคัญในเซลล์เกิดเป็นกระบวนการต้านอนุมูลอิสระในเซลล์ต่างๆ เช่นเนื้อเยื่อ ผิวหนัง ดวงตา

4. ป้องกันโรคภูมิแพ้ กระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกาย(T-helper cell)ให้ทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น

5. ปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ยับยั้งการกลายพันธุ์ของเซลล์ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง

6. ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด เส้นเลือดสมองตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอันเป็นเนื่องมาจากโรคเสื่อมที่เกิดจากอนุมูลอิสระเข้าทำลายเซลล์เหล่านี้ แคโรทีนอยด์จะเข้ายับยั้งขั้นตอนการออกซิเดชั่น ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระจึงเป็นสารที่ช่วยป้องกันการเกิดโรคดังกล่าว

แหล่งของสารสีเหลือง ส้ม หรือแคโรทีนอยด์

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม ที่มีสารแคโรทีนอยด์

แหล่งของแคโรทีนอยด์ที่พบได้ตามธรรมชาติ คือ ผัก ผลไม้ที่ให้สีเหลือง ส้ม เช่น แครอท มะม่วงสุก ข้าวโพด ส้ม ฟักทอง ลูกพีช มันเทศ แคนตาลูป มะละกอ ทุเรียนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากแคโรทีนอยด์ที่มีส่วนประกอบของแอลฟาแคโรทีน เบต้าแคโรทีน โดยแนะนำให้รับประทานวันละ 15-30 มิลลิกรัม หลังอาหาร

สำหรับโทษของการได้รับแคโรทีนอยด์มากในครั้งเดียวยังไม่พบรายงานความเป็นพิษแต่เนื่องจากสารกลุ่มแคโรทีนอยด์เมื่อถูกย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นสารที่เปลี่ยนสภาพเป็นวิตามิน เอ จึงควรระวังอาการเดียวกับการได้รับวิตามิน เอ มากเกินไปคือ คลื่นไส้ อาเจียน หรืออาจพบอาการมือซีดเหลืองที่เรียกว่า แคโรทีนีเมีย (Carotenemia) เมื่อเป็นแล้วอาจใช้เวลานานกว่าจะหายเป็นปกติ

การเลือกผลิตภัณฑ์สกัดเสริมแคโรทีนอยด์

1. เลือกปริมาณมิลลิกรัมแคโรทีนอยด์ตามฉลากข้างกล่อง ขนาดไม่เกิน 15-30 มิลลิกรัม

2. บรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ไม่บุบ แตก ฉลากแสดงแหล่งผลิต ตลอดจนช่องทางติดต่อที่ชัดเจน

3. ฉลากแสดงวันที่ผลิต และวันหมดอายุชัดเจน

อย่างไรก็ดีสารแคโรทีนอยด์ถูกทำลาย และลดประสิทธิภาพลงมากในกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่สูบบุหรี่หากต้องการดูแลสุขภาพควรลดการสูบลงเพื่อช่วยให้ร่างกายนำสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ไปใช้ได้อย่างเต็มที่

การรับประทานสารสีเหลือง ส้ม ที่อยู่ในผัก ผลไม้ให้ประโยชน์ในเรื่องการบำรุงสายตา ป้องกันโรคเสื่อมทางตาซึ่งเป็นโรคที่คนในยุคคอมพิวเตอร์ และสมาร์ทโฟนเป็นกันมาก การรับประทานแคโรทีนอยด์เสริมจึงมีความจำเป็นและควรให้ความสำคัญ การได้รับสารนี้จากแหล่งธรรมชาติ คือ ผัก ผลไม้เป็นช่องทางที่ปลอดภัยมากที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรรับประทานตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด

10 ผักผลไม้สีส้ม-สีเหลือง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยบำรุงสายตาได้ดี!!

ผักผลไม้สีเหลืองและส้ม

ผักผลไม้สีส้ม-สีเหลือง มีสารต้านอนุมูลอิสระแคโรทีนอยด์ เบต้าแคโรทีน ไบโอฟลาโวนอยด์ วิตามินเอและวิตามินซี จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ทั้งยังช่วยบำรุงสายตา ลดความเสี่ยงจากการเป็นต้อกระจก และกระตุ้นการกำจัดเซลล์มะเร็งของร่างกายอีกด้วย เรามาดูกันเลยว่า ผักผลไม้สีส้ม และสีเหลืองมีอะไรบ้าง?

สับปะรด

สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นและอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยแก้กระหาย ดับร้อนได้ดี ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรงขึ้น ป้องกันและรักษาหวัดได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยแก้อาการท้องผูก เนื่องจากมีกากใยอาหารสูงจึงทำให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ

ส้ม

ส้มมีวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยอาหารมากจึงเหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก เพราะเมื่อทานแล้วจะทำให้อิ่มนานขึ้นและยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้ดี ส้มมีวิตามินซีสูงจึงช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน แก้ไอ ขับเสมหะ และยังกระตุ้นภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย

ลูกพลับ

เป็นผลไม้ที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานเป็นประจำเพราะมีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัด เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงต้านทานต่อแบคทีเรียและไวรัส ช่วยแก้อาการท้องเดิน ท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่นท้อง ทั้งยังมีสารเบต้าแคโรทีน ช่วยบำรุงสุขภาพของดวงตา ป้องกันโรคต้อกระจก ตาฟาง ลูกพลับเป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูงจึงช่วยลดอาการท้องผูกได้

มะม่วงสุก

มะม่วงสุกอุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินซี ทั้งยังมีไฟเบอร์สูงจึงช่วยให้ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแข็งแรง มะม่วงประกอบไปด้วยเส้นใยอาหารสูงมากจึงเหมาะกับคนที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรังควรรับประทานทุกเช้าเพื่อการขับถ่ายที่ดี

มะละกอ

มะละกอสุกสามารถใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ ช่วยแก้อาการท้องผูก เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงยิ่งขึ้น รักษาโรคลักปิดลักเปิด โรคเลือดออกตามไรฟัน มะละกอยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิด

แคนตาลูป

อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสารซีแซนทีนซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคตา เช่น ป้องกันการเกิดต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม ตาฝ้าฟาง จึงช่วยผู้ที่มีปัญหาทางสายตาอันเกิดจากแสงโทรศัพท์มือถือหรือผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ได้อีกด้วย

เสาวรส

เสาวรสมีวิตามินเอแล้วยังมีสารฟลาโวนอยด์อย่างเบต้าแคโรทีนอีกด้วย จึงช่วยป้องกันเซลล์ประสาทตาถูกทำลาย และช่วยบำรุงสายตาจากอาการเมื่อยล้าและบำรุงดวงตาให้สดใสแข็งแรง

โทงเทงฝรั่ง

มีวิตามินซีสูงมาก เมื่อเทียบกับผลไม้ชนิดอื่นๆ ซึ่งวิตามินซีจะช่วยป้องกันโรคหวัด หรือโรคภูมิแพ้ และช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่างๆ ให้แก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

ข้าวโพด

ข้าวโพดเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง ฟีนอลิก ฟลาโวนอยด์ เบต้าแคโรทีน เมื่อรับประทานเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก

แครอท

แครอท 100 กรัม มีเบต้าแคโรทีนสูงถึง 8,285 ไมโครกรัม จึงช่วยในการมองเห็นทำให้ดวงตามีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ชะลอการเสื่อมของจอประสาทตา ลดความเสื่อมของเซลล์ลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจก และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน

| หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

สุขภาพและการออกกำลังกาย

admin

Back to top