ROSITACORRER

เว็ปไซต์รวมเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกาย

ถั่วพู ปลูกง่ายใช้เวลาไม่นาน ประโยชน์เพียบ

ปลูก “ถั่วพู” ไว้กินเอง ใช้เวลาไม่นาน ก็เก็บกินได้แล้ว ประโยชน์เพียบ

ชื่อสามัญ : ถั่วพู, winged bean, princess bean ชื่อวิทยาศาสตร์ : Psophocarpus tetragonolobus ถั่วพูมักถูกเรียกผิดๆ ว่า ถั่วพลู เป็นประจำ ที่จริงต้องเรียกว่า ถั่วพูจึงจะถูกต้อง ผู้เขียนเห็นใครเรียกถั่วพลู จะหงุดหงิดทุกครั้งไป

ก็เพราะลักษณะของฝัก จะเป็น พู มี 4 แฉก ซึ่งตรงกับ คอมมอนเนม ภาษาอังกฤษว่า winged bean หากรักกันจริงทราบแล้วโปรดเรียกให้ถูกกันสักนิดนะครับ ภาษาไทยของเรายอดเยี่ยมอยู่แล้ว ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้ดีเถอะ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ถั่วพู

ถั่วพู

ถั่วพูเป็นไม้เลื้อย อายุหลายปี (Herbaceous perennials plant) เมื่อถึงวัยแก่เต็มที่ ส่วนลำต้นที่เป็นเถาเหนือดินก็จะแห้งเหี่ยวตายไป เหลือไว้เพียงหัวหรือลำต้นใต้ดิน แอบซุ่มรอคอยเวลาเจริญเติบโตได้ในฤดูฝนถัดไป ดอกถั่วพูจะเป็นชนิดดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกมีสีม่วงอ่อนอมขาว

หากมีค้างให้ก็สามารถเลื้อยไปได้ไกลๆ ระบบรากของถั่วพูจะแข็งแรงมาก มีจำนวนปมจุลินทรีย์ (Rhizobium) ที่ช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศได้มากกว่าถั่วชนิดอื่นด้วยกัน จึงเหมาะสำหรับปลูกบำรุงดินหลังการเก็บเกี่ยวพืชหลักอย่าง ข้าว อ้อย หรือมันสำปะหลัง

ทั้งยังทำเป็นพืชอาหารสัตว์ได้ดีด้วย แถมยังช่วยป้องกันดินพังทลาย เนื่องจากการชะล้างของฝนบนพื้นที่ลาดชันได้เป็นอย่างดี มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ถั่วพู เหมือนไอศกรีมโคน คือกินได้ทุกส่วน ก็น่าจะจริงดังเขาว่าไว้แหละ

สรรพคุณและการใช้ประโยชน์ ถั่วพู

ถั่วพู

ถั่วพูกินได้ทุกส่วนจริงๆ ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก ฝักอ่อน กินสดๆ จิ้มน้ำพริก หรือจะลวกสักหน่อยก็ได้ไม่ว่ากัน ไม่ว่าจะเป็น แกงจืด ผัดน้ำมันหอย ชุบแป้งทอด ยำ หัวใต้ดินขุดขึ้นมาแปรรูป เชื่อม ต้ม เผา เหมือนมันเทศ หรือมันฝรั่งได้เลย แถมมีโปรตีนสูงอีกด้วยต่างหาก

เมล็ดถั่วพู มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่เป็นประโยชน์อยู่ถึงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ สามารถช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้เป็นอย่างดี และทำเป็นเครื่องสำอางประทินโฉม บำรุงผิวพรรณ ให้ชุ่มชื้นได้ไม่แพ้พืชอื่นๆ

วิธีการปลูก

ถั่วพู

เก็บเมล็ดแก่มาเพาะในถุงดำ หรือในกระบะเพาะชำ หรือถ้าจะปลูกลงดินเลย ก็ขุดหลุมกว้าง 1 ฟุต ลึก 1 ฟุต รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก เศษใบไม้ผุๆ กาบมะพร้าวสับชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วจึงหยอดเมล็ดลงไปหลุมละ 4-5 เมล็ด กลบดินบางๆ รดน้ำให้ชุ่มเช้า-เย็น รอสัก 10 วัน ต้นถั่วพูน้อยๆ ก็จะงอกขึ้นมา ให้เราถอนแยก เลือกเอาต้นที่สมบูรณ์ไว้ 2 ต้น ต่อหลุม

พออายุได้ 15 วัน ก็หาไม้ไผ่มาทำค้างให้เลื้อย หากไม่มีที่พอ จะปลูกในกระถางก็ได้เช่นกัน หรือหากระถางไม่ได้แต่อยากปลูกจริงๆ จะแนะให้ง่าย ซื้อดินถุงสำเร็จรูปมาเลย สัก 4-5 ถุง เอามีดคมๆ กรีดกากบาท เจาะเป็นช่องพอสมควร หยอดเมล็ดลงไป สัก 5-6 เมล็ด รดน้ำให้ชุ่ม สมมุติว่าบ้านเป็นตึกแถว ไม่มีไม้ไผ่ใช้ ให้ซื้อท่อน้ำเอสล่อน ขนาด 1 นิ้ว มาตัดต่อทำเป็นซุ้มแทนไม้ไผ่ก็ได้

สรรพคุณของถั่วพู

1. ฝักอ่อนถั่วพูช่วยบำรุงร่างกาย (ฝักอ่อน) หรือจะใช้เมล็ดแก่ตากแห้งนำมาบดให้เป็นผง นำมาละลายกับน้ำครั้งละ 5-6 กรัม ใช้รับประทานก่อนอาหารวันละ 3 เวลา (เมล็ด) ส่วนหัวก็ช่วยบำรุงร่างกายด้วยเช่นกัน (หัว)

2. หัวใต้ดินนำมาเผาหรือนึ่งกินช่วยบำรุงกำลัง หรือจะใช้รากถั่วพูใช้ผสมกับสมุนไพรและน้ำดอกไม้ใช้เป็นยาชูกำลังก็ได้เช่นกัน (หัว, ราก) และอีกตำราบอกว่าให้ใช้เมล็ดแก่นำมาต้มให้สุกแล้วรับประทาน หรือจะนำเมล็ดที่ต้มสุกแล้วมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำสุก ใช้ดื่มก่อนอาหารวันละ 3 เวลาก็จะช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง เพิ่มกำลังวังชาได้เช่นกัน

3. หัวถั่วพู เมื่อนำมาตากแห้งแล้วคั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำดื่ม ช่วยแก้อาการอ่อนเพลียได้ ส่วนฝักอ่อนก็ช่วยได้เช่นกัน (หัว, ฝักอ่อน)

4. ถั่วพูอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ ซี อี และยังเป็นผักที่มีโปรตีนสูง ซึ่งเป็นตัวช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายและทำให้ร่างกายแข็งแรง (ฝัก)

5. หัวมีรสชุ่มเย็น ช่วยทำให้ดวงจิตชุ่มชื่น (หัว)

6. การรับประทานถั่วพูเป็นประจำจะช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้เป็นอย่างดี เพราะถั่วพูมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง (ฝัก)

7. รากใช้ประกอบสมุนไพรและน้ำดอกไม้ ใช้เป็นยาแก้โรคหัวใจ (ราก)

8. หัวถั่วพูช่วยแก้ไข้กาฬ (หัว)

9. ช่วยแก้อาการตัวร้อน ลดไข้ในเด็กทารก (ฝักอ่อน)

10. ใบถั่วพูช่วยแก้อาการอาเจียน (ใบ)

11. หัวช่วยแก้อาการร้อนใน กระหายน้ำ (หัว)

12. ถั่วพูเป็นผักที่มีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยระบบขับถ่ายให้ทำงานอย่างเป็นปกติ ช่วยป้องกันอาการท้องผูก (ฝัก)

13. ช่วยแก้อาการปวดมวนท้อง (ราก)

14. ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย (ฝักอ่อน)

15. รากถั่วพูช่วยแก้โรคลมพิษกำเริบ ทำให้คลั่งเพ้อ (ราก)

16. รากใช้ปรุงเป็นยาโรคเพื่อวาโยธาตุกำเริบ ใช้รักษาดีพลุ่งพล่าน ให้คลั่งเพ้อ อาการปวดมวนท้อง กระทำให้ตาแดง ซึ่งในตำรับยาประกอบไปด้วย รากถั่วพู, พริกไทย, จันทร์ทั้งสอง, กฤษณาเสมอภาค, น้ำกระทือ, น้ำมะนาว, น้ำอ้อย, และคุลีการละลาย (ราก)

แก้ไม่ยากสักนิด หากคิดจะปลูกจริง เห็นไหม ไม่ลำบากเกินความพยายามหรอกน่า ลองทำดู

| หาเงินออนไลน์ได้ง่ายๆ แค่คลิก : PG SLOT

มะเฟือง ประโยชน์ต่อสุขภาพ

admin

Back to top