การวิ่งออกกำลังกาย มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ

การวิ่งออกกำลังกาย มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ การวิ่งออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่เป็นที่นิยม หลายคนลงวิ่งในงานมาราธอน บางคนลงวิ่งมาราธอนปีละหลายครั้ง มีงานวิจัยที่สนับสนุนประโยชน์ของการวิ่งที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เช่น ช่วยเพิ่มอายุขัย ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคมะเร็ง ช่วยให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น slotxo วิ่งช้าๆ วิ่งแค่วันละ 15 นาที ก็ทำให้ได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะคนที่วิ่งเป็นประจำเป็นเวลาหลายปี ก็ยิ่งช่วยเพิ่มอายุขัยมากขึ้น

สำหรับบางคน การวิ่งเป็นมากกว่าเรื่องสุขภาพ บางคนมองการวิ่งเหมือนอาหาร เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ บาคาร่า สูตรบาคาร่า

อะไรที่ทำแล้วดี เราก็ควรทำมันได้เรื่อยๆ ถ้าการวิ่งออกกำลังกายมันดีแบบนี้ คนที่วิ่งได้เร็ว วิ่งได้นาน วิ่งได้บ่อยๆ ก็ควรจะเป็นผู้ที่มีสุขภาพดีเพราะได้รับประโยชน์จากการวิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเปล่า เราเชื่อว่าหลายคนคงสนใจอยากรู้ และนักวิจัยต่างก็ต้องการคำตอบเช่นกัน

หมอ James  เคยเป็นนักวิ่งตัวยงคนหนึ่ง แต่หลังจากตรวจพบความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ ทำให้แกเปลี่ยนวิถีชีวิต เปลี่ยนไปออกกำลังกายแบบเบาๆ แทน เช่น วิ่งช้าๆ หรือเดิน หมอ James ได้ทำวิจัยและพบว่า การวิ่งพอประมาณช่วยปกป้องร่างกายจากโรคภัยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แต่การวิ่งหักโหมมากเกินไปกลับทำให้ส่งผลเสีย ทำให้ประโยชน์ของการวิ่งหายไป 

หมอ James บอกว่าคนที่วิ่งหักโหมคือคนที่วิ่งเร็วมากกว่า 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คนที่วิ่งมากกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ จากผลการวิจัย แทงบอลออนไลน์ คนเหล่านี้จะไม่ได้รับประโยชน์จากการวิ่ง และมีอัตราการเสียชีวิตพอๆ กับคนที่ไม่ได้วิ่งเลย

หมอ James ยกตัวอย่างของคนที่เสียชีวิตจากการวิ่งและพูดถึงสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต การวิ่งหักโหมวิ่งเร็วมากไปเป็นระยะเวลานานเกิน 1 ชั่วโมง หัวใจจะทำงานหนักมากขึ้น มีโอกาสที่จะทำให้เซลล์ถูกทำลายหรือตายลง ถ้าไม่เกิดขึ้นบ่อยหัวใจสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยและเซลล์ตายต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน เซลล์ที่ตายจะกลายเป็นแผลเป็น ทำให้หัวใจหนาผิดปกติ

ที่มา : PG SLOT

มีทฤษฎีที่บอกว่าการวิ่งหักโหมจะทำให้หัวใจเปลี่ยนรูป ทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้ แต่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า ขีดจำกัดของการวิ่ง จุดที่ทำให้หัวใจถูกทำลายได้นั้นคือต้องวิ่งเร็วเท่าไหร่ หรือต้องวิ่งนานแค่ไหนหมอ James แนะนำว่าไม่ควรวิ่งเร็วเกิน 11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ควรวิ่งบ่อยเกิน 4 ครั้งต่อสัปดาห์

คนที่วิ่งด้วยความเร็วพอประมาณสามารถวิ่งเป็นระยะเวลานานได้โดยที่ไม่ทำให้ประโยชน์ของการวิ่งหายไป แต่ถ้าวิ่งเร็วเป็นเวลา 45 นาที ประโยชน์ที่ได้รับจะคงที่ และประโยชน์ที่จะได้รับจากการวิ่งจะหายไปเมื่อวิ่งนานมากว่า 1 ชั่วโมง ทำให้คนที่วิ่งเร็วเป็นเวลานานจะมีอัตราการเสียชีวิตเท่ากับคนที่ไม่วิ่งเลยคนที่วิ่งเร็วจะได้รับประโยชน์จากการวิ่งเพิ่มขึ้นเมื่อวิ่งประมาณ 10-30 นาที แต่หลังจาก 45 นาทีจะเริ่มคงที่ และจะหายไปเมื่อวิ่งนานมากกว่า 1 ชั่วโมง

หมอ James ให้เราดูอัตราการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ โดยเปรียบเทียบระหว่างกิจกรรมการวิ่งออกกำลังกายด้วยความเร็วต่างกัน การวิ่งเร็วขึ้นจะมีอัตราการเสียชีวิตลดลง และดูเหมือนว่าการวิ่งที่ความเร็วประมาณ 11.5 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะมีอัตราการเสียชีวิตต่ำที่สุด (ประมาณ 20%) แต่ถ้าวิ่งเร็วมากกว่านั้น วิ่งด้วยความเร็วตั้งแต่ 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราการเสียชีวิตจะเพิ่มขึ้น

การวิ่งออกกำลังกายเป็นเหมือนยาป้องกันโรคที่ดี การวิ่งช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ อัลไซเมอร์ หรือภาวะซึมเศร้า การวิ่งเหมือนการใช้ยา หากไม่ใช้เลยก็ไม่ทำให้เกิดผล แต่หากใช้มากเกินไปก็ทำให้เป็นพิษและเกิดโทษต่อร่างกายได้

การวิ่งเป็นระยะเวลานานมากเกิน 1 ชั่วโมง หัวใจจะเริ่มทำงานหนัก อะดรีนาลีนถูกหลั่งออกมา เกิดการเผาไหม้และอักเสบ ตัวชี้วัดที่บ่งบอกว่าหัวใจถูกทำลายคือ Troponin

เมื่อเซลล์หัวใจถูกทำลาย จะพบว่ามีโปรตีน Troponin  อยู่ในกระแสเลือด การวัดระดับ Troponin จะช่วยให้ตรวจรู้ว่าคนไข้ประสบภาวะหัวใจวายหรือไม่ การทดสอบวัดระดับ Troponin  จะช่วยให้หมอรู้ว่าควรจะต้องรักษาคนไข้ตั้งแต่เนิ่นๆ ได้ยังไง

เซลล์หัวใจที่ถูกทำลายจากการวิ่งหักโหมไม่กี่ครั้ง หัวใจจะสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้ แต่ถ้าวิ่งหักโหมบ่อยๆ วิ่งแล้ววิ่งอีก ก็จะทำให้เกิดเป็นแผลเป็นทำให้หัวใจหนาผิดปกติ หัวใจก็จะแก่ก่อนวัย เพราะหัวใจทำงานหนักมากเกินไป ถึงแม้ว่าภาวะหัวใจหนาจะพบได้เป็นปกติในนักวิ่งมาราธอน แต่มันก็เป็นเรื่องยากที่จะละเลย เพราะมันบ่งบอกถึงความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจวาย หากระดับ Troponin มันสูงมากเกินไป ก็ควรต้องไปตรวจร่างกายให้ละเอียด อัลตราซาวด์ตรวจดูความผิดปกติของหัวใจ

หมอ James ให้ดูผลจากงานวิจัยของทีมอื่นที่เป็นแสดงผลของระยะการวิ่งต่อสัปดาห์ที่มีผลต่ออัตราการเสียชีวิต โดยทั่วไปพบว่าคนที่วิ่งจะมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่าหรืออายุยืนกว่าคนที่ไม่วิ่งถึง 19% แต่ถ้าวิ่งมากเกินไป (ประมาณ 40 กิโลเมตร) ก็จะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตเท่ากับคนที่ไม่ได้วิ่งเลย ระยะการวิ่งที่เหมาะสมจะอยู่ที่ประมาณ 16-24 กิโลเมตร

และถ้าวิ่งเร็วมากเกินไป ประมาณ 12.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็จะทำให้มีอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ความเร็วที่เหมาะสมที่จะทำให้ได้รับประโยชน์คือประมาณ 10-11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และนอกจากนั้นการวิ่งบ่อยมากเกินไปก็ไม่ดี ควรวิ่งประมาณ 2-5 ครั้งต่อสัปดาห์

เป็นข่าวดีสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หมอ James ช่วยกระตุ้นให้คนเปลี่ยนวิถีชีวิต ให้เริ่มออกกำลังกาย หากเชื่อสิ่งที่หมอท่านนี้แนะนำ การวิ่งออกกำลังกาย เพียงแค่วิ่งช้าๆ เป็นเวลา 15-20 นาที วิ่งสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอที่จะได้รับประโยชน์จากการวิ่ง ไม่จำเป็นต้องวิ่งทุกวัน ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็ว หรือวิ่งนานๆ

ส่วนคนที่ชอบวิ่งเร็ว วิ่งมาราธอน และวิ่งบ่อยๆ ก็อย่าคิดว่าวิ่งแล้วจะทำให้อิมมูนป้องกันโรคหัวใจได้ อย่าคิดว่าวิ่งแล้วจะกินอะไรก็ได้ หรือจะใช้ชีวิตแบบไหนก็ได้ การวิ่งก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหัวใจได้เช่นกัน รู้จักฟังเสียงของร่างกาย ดูสัญญาณเตือน เช่น อาการบาดเจ็บ เจ็บหน้าอก สัญญาณที่บอกให้เราสนใจ และควรต้องไปตรวจร่างกาย ตรวจหัวใจบ่อยๆ

เวลาตัดสินใจทำอะไร ไม่ว่าใครต่างก็ต้องการมีเหตุผลรองรับ แต่บางครั้งสามัญสำนึก หรือนิสัยของเราที่ทำงานขัดขวาง ทำให้เราใช้อารมณ์แทนที่จะใช้ข้อมูลหรือความจริงในการตัดสินใจ ไม่ให้เราได้ใช้เหตุผลได้อย่างเหมาะสม

การมีสติรู้ตัว รู้จักสังเกตตัวเองว่ามักจะตกหลุมพลางทางความคิด แล้วหาทางป้องกันตนเองให้ได้ จะช่วยหลีกเลี่ยงหรือช่วยลดการตัดสินใจที่ผิดพลาดลงได้

บางครั้งเราอาจต้องเจอกับสถานการณ์ที่ตัดสินใจเลือกไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องเชื่อทฤษฎีของใคร ก็สามารถเลือกใช้วิธีแบบ Occam’s Razor หรือเลือกทฤษฎีที่ง่ายไว้ก่อน โดยยึดหลักว่า สิ่งที่ง่ายกว่าก็มักจะทำการทดลองหรือทดสอบความถูกต้องได้ง่ายกว่า ไม่จำเป็นต้องค้นหาหลักฐานในการพิสูจน์

ประโยชน์ของการวิ่ง

1.ลดไขมันสะสมได้แบบรวดเร็ว

i2.wp.comสำหรับใครที่ไม่ชอบการวิ่งคงต้องพิจารณาใหม่แล้วค่ะ เพราะการวิ่งจะทำให้ไขมันสะสมลดลงอย่างรวดเร็ว การวิ่งจัดเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ทำให้ร่างกายได้เบิร์นไขมันได้มาก ยิ่งสาวๆ วิ่งได้นานมากกว่า 30 นาที ยิ่งทำให้ไขมันส่วนเกินออกไปได้ดีกว่าเดิม ทั้งนี้เราควรวิ่งติดต่อกันให้ได้นะคะ อย่าวิ่งสลับเดินนานๆ เพราะการวิ่งแล้วเดินบ่อยๆ จะไม่เหนื่อย และไม่ได้เบิร์นไขมันอย่างรวดเร็ว

2. ทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง มีสมาธิกว่าเดิม

https://rositacorrer.com

ขึ้นชื่อว่าการวิ่ง ก็เหมือนกับการที่เราได้อยู่กับตัวเองเป็นเวลาอย่างน้อย 40 นาที ซึ่งหากเราลองคิดดูดีๆ จะมีช่วงเวลาใดบ้างคะที่เราได้อยู่ว่างๆ คิดอะไรเรื่อยๆ กับตัวเองนานมากถึง 40 นาที ถ้าไม่ใช่การวิ่งทำไม่ได้นะเนี่ย นอกจากจะทำให้เราได้อยู่กับตัวเองแล้ว เรายังไม่เครียดอีกด้วย เพราะการวิ่งเป็นการออกกำลังกายที่ทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟินขึ้นมา  ซึ่งจิตแพทย์เองก็ยังแนะนำเลยว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าควรไปวิ่งออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวมากกว่าเดิม

3. ทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้ดีกว่าเดิม

ระบบของร่างกายอย่างระบบปอดและระบบการเต้นของหัวใจจะทำงานดีขึ้นหากว่าเราออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอบ่อยๆ เนื่องจากเมื่อเราเหนื่อยในขณะวิ่ง ปอดของเราก็จะได้ฝึกความแข็งแกร่ง แถมหัวใจก็ได้ฝึกความแข็งแกร่งอีกด้วย นอกเหนือไปจากนั้นก็คือการออกกำลังกายยังทำให้ร่างกายของเรามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกว่าเดิม ไม่เป็นหวัดง่ายๆ

4. สร้างเสริมบุคลิกภาพที่ดี

บุคลิกภาพที่ดีมาจากความมั่นใจทั้งภายในและภายนอก โดยการวิ่งจะเสริมสร้างความมั่นใจภายในจิตใจของเรา เพราะหากเราวิ่งได้ตามเป้าหมาย เราก็จะมั่นใจในตัวเองมากกว่าเดิม ผลพลอยได้ก็คือเราจะมั่นใจในหุ่นของเรากว่าเดิม และมีบุคลิกภาพที่ดีมากขึ้นแน่นอน

5. ได้เพื่อนใหม่

หากเราไปสนามวิ่ง หรือไปที่ฟิตเนส เราจะพบเพื่อนๆ ที่ออกกำลังกายเหมือนกันกับเราเลยค่ะ ซึ่งหากว่าเราอยากได้เพื่อนใหม่ๆ ก็ลองไปแลกเปลี่ยนพูดคุยเทคนิคการวิ่งออกกำลังกายอย่าได้รอช้า สาวโสดบางคนก็ได้แฟนจากการวิ่งเลย

6. ทำให้เราไม่ทานอาหารหรือขนมมากเกินไป

ในขณะที่เราวิ่งเราจะรู้สึกเหนื่อยมาก ยิ่งเหนื่อยมากเท่าใด เราก็จะไม่อยากทานอาหารหรือขนมมากเกินไป เพราะจิตใต้สำนึกจะบอกเราว่า “ กว่าจะเบิร์นได้มันยากนะ จะให้กินเข้าไปอีกก็คงไม่ไหว ” ซึ่งหากเราออกกำลังกายให้ติดเป็นนิสัย ในที่สุดเราก็จะไม่เป็นคนทานอาหารหรือขนมจุกจิก และคิดก่อนทานอยู่เสมอ

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo

เกมสนุกแถบได้ตัง : Slotxo , PGSLOT , PGSLOTGAME