“กล้วย“ สารพัดประโยชน์ ดีต่อผิวและสุขภาพ

“กล้วย“ สารพัดประโยชน์ ดีต่อผิวและสุขภาพ กล้วยที่คนไทยนิยมรับประทานมีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยหอม กล้วยไข่ บางคนรับประทานเพื่อความอิ่ม บางคนรับประทานเพื่อช่วยลดความน้ำหนัก บางคนก็รับประทานเป็นของว่าง ซึ่งนอกจากความอร่อยและถูกปากคนไทยแล้ว กล้วยยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร และมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ทำความรู้จักกับกล้วย

กล้วยเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นอยู่ใต้ดิน และเป็นพืชที่มีอายุยาวนานหลายปี ไม่ชอบพื้นที่ที่มีน้ำขัง และสามารถขยายพันธุ์ด้วยการแตกหน่อหรือการใช้เมล็ด

กล้วยอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารและโภชนาการ โดยใน 1 ผล จะให้พลังงานประมาณ 105 แคลอรี่ มีวิตามินบี 6วิตามินซี โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส และใยอาหารสูง กล้วยดิบๆ หรือที่ไม่สุกดีนั้นจะมีแป้งอยู่เป็นจำนวนมาก ช่วยให้รู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหาร แต่เมื่อเริ่มสุกงอม แป้งเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลแทน 

ประโยชน์จากส่วนต่างๆของต้นกล้วย

หลายคนคงเคยได้ยินกันว่า กล้วยมีประโยชน์ทุกส่วนตั้งแต่ใบยันราก ซึ่งก็เป็นความจริง แถมยังเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีราคาถูกและหารับประทานได้ง่าย

รากและลำต้น

  1. ลำต้นนำมาทำเป็นสมุนไพรแผนโบราณ ช่วยรักษาปัญหาผิวหนัง ผื่นแดง แผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวก
  2. รากและลำต้นนำมาต้มแก้กระหายน้ำได้
  3. ลำต้นสามารถนำมาทำเป็นเชือก หรือทำเส้นใยทอผ้า
  4. ลำต้นอ่อน (หยวกกล้วย) สามารถนำมาทำเป็นอาหารสัตว์

ก้านกล้วย

  1. นำมาทำเป็นของเล่นให้เด็กๆ เช่น ม้าก้านกล้วย ปืนก้านกล้วย เป็นต้น
  2. นำมาฝานเป็นเส้นเล็กๆ สำหรับใช้มัดของ

ใบตอง

  1. ใช้ในการประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ เช่น กระทง หรือบายศรี
  2. เป็นวัสดุธรรมชาติสำหรับรองอาหารร้อนๆ
  3. ใช้ห่ออาหารได้หลากหลายชนิด เช่น ขนม ผักสด ห่อหมก และดอกไม้ เพราะใบตองสามารถทนความร้อนได้ดี จึงนิยมนำมาใช้กับอาหารประเภทต้มและนึ่งทั้งหลาย แถมยังมีกลิ่นหอมด้วย

หัวปลี

  1. ใช้เป็นเครื่องเคียงประกอบอาหารบางชนิด เช่น ผัดไทย น้ำพริกกะปิ
  2. นำมาประกอบเมนูอาหารได้หลากหลายอย่าง เช่น แกงเลียง ยำหัวปลี หัวปลีทอด ขนมจีน ต้มยำ

กล้วยแต่ละชนิด นอกจากนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป กล้วยแต่ละชนิดมีประโยชน์อะไรบ้าง ไปติดตามกัน

กล้วยหอม

กล้วย
https://rositacorrer.com


รู้ไหมว่า กล้วยหอมสามารถช่วยเลิกบุหรี่ได้ด้วย นั่นเพราะวิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียม และแมกนีเซียมที่มีอยู่มาก มีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการขาดสารนิโคตินได้อย่างรวดเร็ว หรือพูดง่ายๆ ว่าช่วยลดอาการเหวี่ยง อารมณ์หงุดหงิดและฉุนเฉียวจากการขาดบุหรี่ได้ดีนั่นเอง นอกจากนี้สาวๆ ที่ต้องเผชิญกับอาการก่อนมีประจำเดือน ซึ่งส่งผลให้รู้สึกหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน ปวดท้อง ปวดหัว ก็สามารถรับประทานกล้วยหอมเพื่อช่วยลดอาการเหล่านี้ได้เช่นกัน

กล้วยน้ำว้า

กล้วย


สำหรับเมนูสุดโปรดของหลายๆ คนอย่างกล้วยบวชชีนั้น ถ้าจะให้ดีก็ต้องใช้กล้วยน้ำว้าเท่านั้น และรู้หรือไม่ว่ากล้วยน้ำว้ายังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างล้นเหลือ โดยเฉพาะกล้วยแบบห่ามๆ และสุกๆ ที่มีธาตุเหล็กสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง ทั้งยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินซี แคโรทีน ไนอาซีน และใยอาหารที่ช่วยในเรื่องการขับถ่าย

กล้วยไข่

กล้วย


มีคุณสมบัติโดดเด่นในการช่วยลดริ้วรอย เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน ซึ่งจะช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของผิวและริ้วรอยต่างๆ รวมไปถึงความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เนื้อร้ายได้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะส่วนผลเท่านั้น แต่ในหัวปลีก็ยังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่อในร่างกายของเราด้วย

กล้วยหักมุก

กล้วย


กล้วยชนิดนี้คุณสมบัติโดดเด่นคือ มีสารที่ชื่อว่าไซโตอินโดไซด์ 1, 2, 3, 4, 5 ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและท้องเฟ้อเนื่องจากแผลในกระเพาะอาหารได้ดี และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเอสเคอริเคีย โคไล (Escherichia coli) ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะและระบบย่อยอาหารบ่อยๆ ก็สามารถลองหามารับประทานกันดูได้ 

สารอาหารสำคัญในกล้วย

  1. เบนโซไพรีน (Benzopyrene) 
  2. โดพามีน (Dopamine)
  3. เอพิเนฟรีน (Epinephrine)
  4. ทริปตามีน (Tryptamine)
  5. เซโรโทนิน (Serotonin)

นอกจากนี้ยังพบว่าภายในกล้วยดิบนั้นมีสารแทนนินจำนวนมาก ซึ่งสามารถช่วยบรรเทาอาการท้องเสียและโรคบิด รวมถึงช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตาม จากการวิจัยไม่พบสารต้านการเกิดแผลในกระเพาะอาหารในกล้วยสุก แต่จะมีสรรพคุณช่วยเป็นยาระบายอ่อนๆ สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารหรือผู้ที่มีอาการท้องผูกแทน

คำแนะนำในการรับประทานกล้วย

กล้วยสุกนั้นรับประทานง่าย ลื่นคอ และย่อยง่ายกว่าแบบดิบๆ ทำให้บางคนไม่เคี้ยว หรือเคี้ยวไม่ละเอียดก่อนกลืน ซึ่งถือเป็นวิธีการรับประทานที่ผิด เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วกล้วยจะประกอบไปด้วยคาร์โบไฮเดรตมากถึง 25% หากเคี้ยวไม่ละเอียดจะส่งผลให้กระเพาะอาหารต้องทำงานหนักในการย่อยมากขึ้น ทำให้ท้องอืดได้ 

ร่างกายสามารถย่อยกล้วยได้ง่ายและใช้เวลาย่อยเร็วกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงนิยมนำกล้วย (เฉพาะเนื้อ นำไส้ออก) มาบดให้กับเด็กหรือทารกรับประทาน นอกจากนี้ยังจัดเป็นอาหารช่วยลดความอ้วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเมื่อรับประทานอย่างพอดีจะช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับความดันโลหิต รวมทั้งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดการเกิดมะเร็งลำไส้ ช่วยควบคุมน้ำหนัก บำรุงหัวใจ บำรุงไต ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเกิดตะคริวขณะออกกำลังกาย และช่วยเพิ่มความอึด ทำให้ออกกำลังกายได้นานขึ้น 

อย่างไรก็ตาม พึงระวังไว้ว่า การรับประทานกล้วยมากเกินไปก็อาจเป็นโทษได้เช่นกัน โดยจะทำให้ได้รับโพแทสเซียมสูงเกินไป จนขับออกทางไตไม่ทันและเป็นอันตรายต่อไตได้ ปริมาณที่แนะนำในการรับประทาน คือ 2 ผลต่อวัน

นอกจากข้อมูลทางโภชนาการของกล้วยชนิดต่างๆ ที่เรานำมาแบ่งปันแล้ว ยังมีกล้วยอีกหลายสายพันธุ์ในประเทศไทยที่มีประโยชน์อย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เรียกได้ว่าผลไม้ชนิดนี้ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังขึ้นชื่อว่าเป็น “อาหารสมุนไพร” อีกด้วย

กล้วย เป็นผลไม้ที่หากินได้ง่ายในบ้านเรา แถมยังมีกล้วยให้เลือกกินอยู่หลายชนิดด้วยกันอีกต่างหาก ทว่ากล้วยที่ได้กินกันบ่อย ๆ ก็คงหนีไม่พ้นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วยหอม เพราะนอกจากจะกินกล้วยเป็นผลไม้แล้ว กล้วยแต่ละชนิดยังนำไปทำขนมอร่อย ๆ ได้อีกด้วยเนอะ แต่ครั้นจะกินกล้วยไปวัน ๆ โดยไม่รู้จักประโยชน์ของกล้วยกันเลย นั่นก็ไม่ใช่สไตล์เราค่ะ ดังนั้นวันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักสรรพคุณของกล้วยหอม มาดูซิว่าประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ มีอะไรเด็ด ๆ จนต้องร้องว้าวกันบ้าง

          อ้อ…แต่ก่อนจะไปเจาะลึกถึงประโยชน์ของกล้วยหอมกัน เราจะพาทุกท่านมาดูข้อมูลจากกองโภชนาการ กรมอนามัย กันก่อนว่า คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยหอมในปริมาณ 100 กรัม มีสารอาหารที่สำคัญอะไรบ้าง

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยหอม ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณ 1 ลูกขนาดกลาง)

          – พลังงาน 132 กิโลแคลอรี

          – น้ำ 66.3 กรัม

          – โปรตีน 0.9 กรัม

          – ไขมัน 0.2 กรัม

          – คาร์โบไฮเดรต 31.7 กรัม

          – ไฟเบอร์ 1.9 กรัม

          – ซัลเฟต 0.9 กรัม

          – แคลเซียม 26 มิลลิกรัม

          – ฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม

          – เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม

          – เบต้า-แคโรทีน 99 ไมโครกรัม

          – วิตามินเอ 17 ไมโครกรัม

          – วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) 0.04 มิลลิกรัม

          – วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.07 มิลลิกรัม

          – ไนอะซีน 0.1 มิลลิกรัม

          – วิตามินซี 27 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของกล้วยหอม

ประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ

1. ช่วยเติมความสดชื่นให้ร่างกาย

          กล้วยเป็นผลไม้ที่มีน้ำตาลอยู่ 3 ชนิด คือ น้ำตาลซูโครส ฟรักโตส และกลูโคส ซึ่งน้ำตาลเหล่านี้จากกล้วยหอมเป็นสารอาหารที่ร่างกายพร้อมนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที 
ฉะนั้นใครอยากเติมพลังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กล้วยหอมสักลูกก็ช่วยได้ โดยเฉพาะหากกินกล้วยหอมหลังออกกำลังกาย ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่นขึ้น คนที่วิ่งระยะทางไกล ๆ หรือออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นประจำ ลองสังเกตได้เลยค่ะว่าเขาจะพกกล้วยหอมไว้เป็นอาหารหลังออกกำลังกาย

2. ช่วยคลายเครียด

          
กล้วยหอมมีกรดอะมิโนประเภททริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยกระตุ้นเซโรโทนิน ฮอร์โมนที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หรือเรียกง่าย ๆ ว่าฮอร์โมนแห่งความสุข คนที่มีความเครียดหรือรู้สึกกังวลใจ ลองหยิบกล้วยหอมมากินสักลูกก็อาจจะช่วยให้เครียดน้อยลงได้บ้างไม่มากก็น้อย

3. แก้นอนไม่หลับ    

          
กินกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้นอนไม่หลับได้ค่ะ เพราะกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนิน ฮอร์โมนในร่างกายที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ดังนั้นใครมีอาการนอนหลับกระสับกระส่าย นอนไม่หลับบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมหลังมื้อเย็นแล้วค่อยอาบน้ำนอน

4. ช่วยย่อยอาหาร

          
กากใยอาหารในกล้วยหอมจะช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งถ้ากินกล้วยหอมได้บ่อย ๆ พร้อมกับรับประทานผัก-ผลไม้ชนิดอื่น ๆ ด้วย ก็จะช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติดี ชนิดที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งยาช่วยย่อยกันอีกเลย

5. แก้ท้องผูก

          
ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในกล้วยหอมเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จึงมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ไหลลื่นขึ้น ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของเรามากเลยทีเดียว ดังนั้นใครมีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ลองกินกล้วยหอมให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ลูก แล้วพยายามดื่มน้ำให้มาก อาการท้องผูกถ่ายยากก็น่าจะดีขึ้นแล้ว

6. กินกล้วยหอมลดความอ้วนก็ได้ !

          ขอออกตัวก่อนค่ะว่ากล้วยหอมไม่ใช่ผลไม้แคลอรีต่ำ เพราะแคลอรีในกล้วยหอม 1 ลูกย่อม ๆ ก็ให้พลังงานประมาณ 132 กิโลแคลอรีกันเลย ทว่าจุดเด็ดที่ทำให้กล้วยหอมช่วยลดน้ำหนักได้ก็คือ กล้วยมีวิตามิน B1 และ B2 คอยช่วยเร่งการเผาผลาญน้ำตาลและไขมัน อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตชนิดดีต่อร่างกาย มีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ดังนั้นเมื่อกล้วยตกเข้าไปในระบบย่อยอาหารจึงดูดซับน้ำ พองตัวและช่วยทำให้ท้องรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น 

          อ้อ ! ขอแถมให้อีกหนึ่งทริก ถ้าอยากกินกล้วยหอมลดน้ำหนักจริง ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมตอนเช้า เพราะน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในกล้วยหอมจะช่วยลดความอยากอาหารหวาน ๆ ของร่างกาย ทำให้เราควบคุมอาหารได้ดีขึ้น

7. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ

          กล้วยเป็นผลไม้สีขาว ที่มีสารพฤกษเคมีที่สำคัญคือ อัลลิซิน (Allicin) และแร่เซเลเนียม (Mineral Selenium) ซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจได้ส่วนหนึ่ง ทั้งนี้พฤติกรรมการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพและการออกกำลังกายก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ ได้ด้วยนะคะ

กล้วยหอม


8. ป้องกันตะคริวได้

 สำหรับใครที่เป็นตะคริวบ่อย ๆ มีอาการตะคริวเป็นประจำ นั่นแปลว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่าต้องการสารอาหารประเภทแมกนีเซียมและโพแทสเซียมอยู่ ซึ่งกล้วยหอมก็เป็นผลไม้ที่มีปริมาณโพแทสเซียมค่อนข้างสูง หากจะกินกล้วยหอมเพิ่มสารอาหารให้ร่างกายได้รับการเติมเต็มจนไม่เป็นตะคริวอีก จุดนี้กล้วยหอมก็พอช่วยได้ค่ะ แต่ทั้งนี้อีกหนึ่งวิธีช่วยลดการเกิดตะคริวง่าย ๆ ก็คือการดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละประมาณ 2 ลิตรด้วย

กล้วยรักษาอาการ

 กล้วยหอม

1. เป็นยาทำให้ปอดชุ่ม รักษาโรคร้อน กระหายน้ำ

          ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน กล้วยหอมมีรสเย็น และเข้าเส้นลมปราณปอด จึงมีการนำกล้วยหอมมารักษาโรคร้อน กระหายน้ำ แก้เมาแฮงก์ แก้ไอเรื้อรังจากอาการคอแห้ง เพียงแค่กินกล้วยหอมสุกหรือสมูทตี้กล้วยหอมก็ได้

2. รักษาความดันโลหิตสูง

          ตำรับยาสมุนไพรใช้เปลือกกล้วยหอมสด 30-60 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม เป็นยาหม้อช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ หรือหากต้มปลีกล้วยกินเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้

3. รักษาโรคริดสีดวงทวาร

          ใครมีอาการท้องผูก หรือเป็นริดสีดวงทวาร ตำรับนี้จะช่วยแก้อาการให้คุณได้ เพียงแค่กินกล้วยหอมสุก 1-2 ลูกทุกเช้าขณะท้องว่างเป็นประจำ

4. รักษาอาการมือ-เท้าแตก

          เปลือกกล้วยหอมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการมือ-เท้าแตกได้ด้วยนะคะ โดยนำกล้วยหอมที่สุกเต็มที่มาเจาะรูเล็ก ๆ ที่ปลายข้างหนึ่ง แล้วบีบเอากล้วยออกมาทาเท้าที่แตก ทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมงหน่อยแล้วค่อยล้างออก ทำบ่อย ๆ ผิวที่เคยแห้งแตกจะชุ่มชื้นและดูดีขึ้นได้กล้วย

โทษของกล้วยหอม

          แม้จะมีประโยชน์เยอะทว่ากล้วยหอมเองก็มีข้อควรระวังในการรับประทานด้วย โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไต ควรรับประทานกล้วยหอมแต่น้อย หรือเลี่ยงไปเลยก็ได้ เพราะกล้วยหอมเป็นแหล่งของสารโพแทสเซียม อาจส่งผลกระทบต่ออาการของผู้ป่วยโรคไตได้

          นอกจากนี้เราก็ไม่ควรกินกล้วยหอมมากเกินขนาด สักวันละ 1-2 ลูกก็เพียงพอ เพราะกล้วยหอมเป็นผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตค่อนข้างสูง หากกินกล้วยหอมร่วมกับอาหารประเภทแป้งเยอะ ๆ ก็อาจทำให้เกิดอาการท้องอืด แน่นท้องเอาได้

และสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก อย่าลืมนะคะว่ากล้วยหอมก็มีแคลอรีพอประมาณ ถ้ากินเกินวันละ 2 ลูกก็ให้พลังงานเกือบ 300 กิโลแคลอรีแล้ว ฉะนั้นเลือกกินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ รวมทั้งควบคุมอาหารไปพร้อม ๆ กันจะดีกว่า

สนับสนุนบทความโดย : Slotxo  Slotxo